เรื่องเสียว ประสบการณ์เสียว

เหตุการณ์แรกสวาทของฉัน

 เหตุการณ์แรกสวาทของฉัน
ชีวิตของนักเรียนสาวๆในโรงเรียนนานาชาตินั้น ไม่ค่อยเหมือนกับเด็กนักเรียนสาวๆในสถาบันการศึกษาอื่นเท่าไหร่นัก เพราะแต่ละคนก็มาจากประเทศโน้นบ้าง ประเทศนี้บ้าง เรียกภาษาชาวบ้านก็จำพวก… ร้อยพ่อพันแม่นั่นแหละ มาจากประเทศทางแถบยุโรปก็มี มาจากอเมริกาก็เยอะ หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ๆประเทศไทยอย่าง ญี่ปุ่น จีน ฟิลิปปินส์ ก็มาก… ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นลูกของคนร่ำรวยและท่านทูต หรือบุคคลที่จากบ้านเกิดเมืองนอนตนเองมาหากินในแผ่นดินไทย เด็กไทยที่ร่ำเรียนในสถาบันนี้ก็มี… แต่จัดได้ว่าน้อยมาก ถ้ามีมากหน่อยก็เป็นพวกลูกครึ่งที่พูดภาษาไทยกันไม่ค่อยชัด

เรื่องเสียว เหตุการณ์แรกสวาทของฉัน

ฉันเองก็จัดอยู่ในประเภทหลังสุด นั่นคือ เป็นลูกครึ่ง… แต่พูดไทยได้คล่องปร๋อ ไม่ต้องแปลกใจหรอกค่ะ… เพราะแม่ของฉันมีเชื้อสายไทยกับฟิลิปปินส์ ส่วนพ่อของฉันท่านเป็นชาวเยอรมัน ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านทั้งคู่พบรักหรือถูกชะตาอย่างไรหรือที่ไหน เพราะฉันเองไม่ค่อยจะซักไซ้ไต่ถามเรื่องแบบนี้นัก สนใจก็เพียงแต่ว่าชีวิตโดยทั่วไปของครอบครัวเป็นอย่างไร หากอยู่กันอย่างมีความสุขใจสบายกาย เรื่องอื่นๆก็ไม่น่าสนใจเท่าไหร่นัก
โดยส่วนใหญ่แล้วคนในบ้านจะเรียกชื่อเล่นๆของฉันว่า เฟียร่า แต่สำหรับชื่อภาษาไทยที่แม่ตั้งให้นั้นชื่อว่า พิมพ์พร แน่นอนว่าฉันย่อมชอบชื่อของตัวเองที่เป็นไทยๆมากกว่าชื่อเล่น เสียอย่างเดียวที่เพื่อนๆในโรงเรียนนานาชาติเรียกกันยากไปหน่อย… ชื่อเฟียร่าจึงกลายเป็นชื่อที่เรียกกันติดปากมากกว่าชื่อไทยๆที่ฉันชอบ
ในกลุ่มเพื่อนๆนักเรียนของฉันมีอยู่ 3-4คน ที่คบกับคนน้อยๆนี่ไม่ใช่ว่าฉันเป็นคนไม่มีมนุษย์สัมพันธ์หรอกนะ เพียงแต่ว่า… ไม่อยากยุ่งยากมากมายอะไรนักเท่านั้น ผู้หญิงด้วยกันเองมักจะเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ดี… ผู้หญิงคบกับผู้หญิงด้วยกันน่ะ ส่วนใหญ่แล้วมักมีเรื่องให้ปวดหัวตามมาทั้งนั้นแหละ ยิ่งมีเพื่อนผู้หญิงเยอะๆก็ยิ่งปวดหัวหนักมากขึ้นตามจำนวนของเพื่อนที่มี มีเพื่อนน้อยๆแต่มีเพื่อนที่รู้ใจกันย่อมดีกว่ามีเพื่อนเยอะๆแต่ไม่รู้ใจ ได้แต่คอยคิดอิจฉาโน่นอิจฉานี่กันท่าเดียว
เพื่อนๆของฉัน ไม่ว่าจะเป็น คริสตี้, แอนนี่, ซินเธีย และลูซี่ ต่างก็มีแฟนกันไปแล้วทั้งนั้น บางครั้งเวลาไปเที่ยวกันแต่ละทีฉันงี้อดนึกอิจฉาไม่ได้ ก็แม่พวกนี้นะซิ… พวกหล่อนทำฝรั่งจ๋าไม่เกรงใจและไม่อายสายตาคนที่อยู่รอบข้างหรอกว่าเขาจะคิดและรู้สึกอย่างไร เพราะพวกหล่อนแต่ละคนติดนิสัยและพฤติกรรมของชาวตะวันตกซึ่งเป็นรูปแบบแต่ดั้งเดิมจนเคยตัว เลยพาลนึกไปว่าจะแสดงความรักกันตรงไหน ที่ไหน เวลาใดก็ได้

แม่สี่สาวเพื่อนๆของฉันนั้น แต่ละคนก็คบหากับชายหนุ่มที่มีรูปร่างพอฟัดพอเหวี่ยงกัน และที่สำคัญมีเชื้อชาติของคนตะวันตกเหมือนๆกัน สำหรับฉันแล้ว ความคิดที่จะหาผู้ชายเชื้อชาติอื่นๆมาเป็นแฟนสักคนนั้น… ไม่ได้อยู่ในกระผีกของสมองเลยแม้แต่น้อย ฉันชอบผู้ชายไทยที่ดูมีความเป็นแมน เอาอกเอาใจเก่ง และมีความเอื้ออาทรต่อเพศหญิงมากกว่าผู้ชายที่เป็นชาวตะวันตกอย่างยุโรปหรืออเมริกา และแม้แต่ผู้ชายเอเชียบางประเทศฉันก็ไม่ค่อยชอบนัก
ตามสายตาแล้ว ผู้ชายไทยเป็นผู้ชายที่ฉันรู้สึกว่าใกล้ชิดในส่วนลึกของจิตใจมากที่สุด มีอะไรหลายๆอย่างบอกให้เป็นอย่างนั้น อาจเป็นเพราะว่า ฉันอาศัยอยู่ในเมืองไทยมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกก็ได้กระมัง
แล้วในที่สุดฉันก็รู้จักกับชาญวุฒิ ชายหนุ่มลูกชายนายแบงค์ เขาเพิ่งเข้ามาเรียนที่โรงเรียนนานาชาตินี่ได้ไม่นานนัก เราเจอกันครั้งแรกในห้องเรียน เขาเข้ามาพูดคุยกับฉันด้วยความสุภาพเรียบร้อยและอ่อนโยน ท่าทีของเขาไม่มีเจตนาใดที่ทำท่าว่าจะล่วงเกินฉันเลยแม้แต่น้อย หลังจากที่เรารู้จักกันในครั้งต่อๆมา
แรกๆความสัมพันธ์ของเรายังคงเป็นเหมือนกับเพื่อนต่างเพศทั่วๆไป นั่งกินอาหารกลางวันด้วยกันบ้าง ชวนกันไปดูหนังหรือไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันบ่อยๆ ต่อๆมาความรู้สึกในใจของเราทั้งสองคนก็เพิ่มมากขึ้นตามวันเวลา อาจเป็นเพราะว่าเขาเป็นผู้ชายที่ฉันเคยวาดหวังไว้ละมั้ง ฉันถึงได้ปล่อยใจให้กับเขามากกว่าผู้ชายคนอื่นที่เคยเข้ามาเกาะแกะด้วย

วันนั้น… เขาชวนฉันไปที่บ้านของเขา ในห้องนั่งเล่นนั่นเองที่ฉันได้เรียนรู้บทเรียนใหม่ๆเกี่ยวกับผู้หญิงและผู้ชาย เป็นบทเรียนที่ฉันรู้สึกประทับใจมากทีเดียว และแน่นอนว่า ฉันรู้สึกประทับใจอย่างไม่มีวันจะลืมโดยเด็ดขาด
ในขณะที่ฉันนั่งอ่านหนังสือเพลินๆเพราะเขาขอตัวเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว ประเดี๋ยวเดียวชาญวุฒิก็กลับเข้ามาในห้อง เขามองฉันด้วยสายตาหวานซึ้ง พลางเดิน เข้ามาโอบคอฉันไว้ มือเขาค่อยๆลดต่ำลงมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงหน้าอก… ฉันสะดุ้งนิดหนึ่งพร้อมทั้งเอ่ยปากห้ามเขาไว้
“อุ๊ย… อย่า… วุฒิจะทำอะไรน่ะ”
“นิดเดียวน่า… ไม่เป็นไรหรอก… เฟียร่าก็รักผมไม่ใช่เหรอ”
ชาญวุฒิพูดแค่นั้น… แต่มือของเขากลับค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของฉันออก พร้อมทั้งรูดเสื้อยกทรงให้เปิดเนื้อแท้ของหน้าอกโชว์ต่อสายตาเขา
ชาญวุฒิเอื้อมมือมาจับอกบีบเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าลงมาจูบปากของฉัน ชั่วครู่มือข้างนั้นจึงเปลี่ยนมาลูบไล้ตรงบริเวณเนินเนื้อของฉันที่ปิดบังเอาไว้ด้วยกางเกงในตัวน้อย จากสัมผัสภายนอก เขาค่อยๆเลื่อนมือเข้าไปถึงเนื้อแท้ แล้วฉันก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกถึงการล่วงล้ำเข้ามายังส่วนเร้นลับภายในของนิ้วมือ เขาค่อยๆดันนิ้วมือเข้าไปทีละนิดๆ พร้อมทั้งกรีดนิ้วเขี่ยติ่งเนื้อที่ยื่นออกมาเบาๆ มันทำเอาฉันต้องซูดปากกัดฟันแน่นทีเดียว
ถึงตอนนี้ใบหน้าของชาญวุฒิเริ่มเปลี่ยนมาซุกไซ้อยู่แถวๆเนินเนื้อที่นิ้วมือของเขารุกล้ำเข้าไปสำรวจยังภายใน ฉันต้องสะท้านในใจอีกครั้งเมื่อเรียวลิ้นของเขาฉกวาบลงมาตรงติ่งเนื้อที่เกร็งตัวขึ้นมาจนตั้งชันสู้นิ้วมืออยู่ก่อนแล้วนั้น
“ซี้ด…ด… อู้ว…ว… วุฒิ… วุฒิขา”
ฉันครางแผ่วจนฟังแทบไม่เป็นภาษามนุษย์เมื่อชาญวุฒิระรัวลิ้นไปตามกลีบเนื้อทั้งด้านนอกและด้านใน ด้านซ้ายและด้านขวา ในซ่านซ่าเข้าไปยังส่วนลึกภายในอย่างไรก็ไม่รู้ ความรู้สึกตอนนั้นมันสับสนและวุ่นวายจนบอกไม่ถูก ยิ่งตอนที่เขาแยงแหย่ลิ้นเข้าไปยังข้างใน มันเสียวซ่านจนฉันต้องเกร็งตัวกระดกสะโพกให้เนินเนื้อแนบชิดกับใบหน้าของเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
สักพักหนึ่ง ชาญวุฒิก็หยุดการซุกไซ้ปลายลิ้นที่ซอกหลืบของฉัน เขายืนขึ้นพร้อมทั้งปลดเปลื้องกางเกงของตนเองออก เปิดเผยให้เห็นท่อนเนื้อที่แสดงออกถึงความเป็นชายที่แข็งเกร็งตั้งเป็นแท่งตระหง่าน ดูๆแล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ฉันเคยคิดเลยสักนิด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกันที่ทำให้ฉันเอื้อมมือไปลูบคลำเคล้นคลึงแท่งเนื้อนั้นอย่างหลงใหล
“ลองใช้ปากอมดูซิ… เฟียร่า… อมเบาๆนะ… แล้วใช้ลิ้นเลียไล้ไปรอบๆปลายหัวที่แดงๆนั่นน่ะ”

ชาญวุฒิแนะนำ และฉันเองก็ไม่รอช้า ความรู้สึกส่วนลึกในใจของฉันดึงดูดให้ก้มหน้าลงไปตรงท่อนเนื้อที่ผงาดรอรับการกลืนกินจากอุ้งปาก ริมฝีปากของฉันจรดลงตรงปลายหัว จากนั้นจึงค่อยๆแลบลิ้นออกมาเลียไล้ไปรอบๆอย่างเนิบนาบและแผ่วเบา ก่อนจะอ้าปากอมเอาไว้ทั้งแท่ง รสชาติออกจะแปร่งๆอย่างไรบอกไม่ถูก แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ดี ฉันเริ่มขยอกขึ้นๆลงๆ สลับกับการดูดและวนลิ้นไล้ไปรอบๆฐานที่เป็นคอคอด มันเต็มปากเต็มคำเสียจนบางครั้งฉันต้องหยุดเพราะหายใจไม่ค่อยทัน และบางครั้งก็ใช้มือช่วยชักหนังส่วนนอกของแท่งเนื้อนั้นเข้าๆออกๆ
“อูว์…ว์… เฟียร่าจ๋า… เสียวดีจังเลย… อูย…ย”
เสียงของชาญวุฒิครางกระเส่าเมื่อฉันปฏิบัติการกับแท่งเนื้อยาวใหญ่ของเขาไปได้สักพัก เขาเอื้อมสองมือมาประคองใบหน้าของฉันเพื่อให้ถอดถอนอุ้งปากออกจากก้านสูบของเขา
“ขึ้นมานั่งคร่อมตรงนี้ดีกว่า… ค่อยๆนั่งนะ… แล้วจับน้องชายของผมให้เข้าไปทางร่องรูของเฟียร่า”
เขาเอ่ยปากบอกอย่างลำบากยากเย็น น้ำเสียงยังพร่าๆด้วยความเสียวซ่าน
“แล้ว… แล้วมันไม่เจ็บเหรอ”
ฉันยังไม่ค่อยกล้านักเพราะความกลัวเจ็บ ก็อาวุธร้ายของเขามันไม่ใช่เล็กๆเลย ใหญ่กว่านิ้วของฉันตั้งไม่รู้กี่เท่า แรกๆที่ฉันเอานิ้วตัวเองแยงแหย่เพื่อสนองความต้องการของอารมณ์ตัวเองยามกระสันรัญจวนใจใหม่ๆยังเจ็บแทบแย่เลย แล้วนี่ทั้งขนาดความใหญ่และความยาวล้วนแต่ใหญ่กว่านิ้ว คงเจ็บมากกว่าหลายเท่าแหงๆ
“ไม่เจ็บหรอก… วุฒิจะค่อยๆทำนะ… เชื่อวุฒิซิ”

เขาพูดปลอบใจฉันพร้อมทั้งรั้งร่างให้ขึ้นไปคร่อมอยู่บนตักของเขา ฉันค่อยๆเอื้อมมือไปจับเจ้าแท่งเนื้อนั่นถูไถไปตามรอยแยกตรงกลีบเนื้อของตัวเองที่ตอนนี้เปียกเยิ้มไปด้วยน้ำซึ่งหลั่งออกมาจากภายในจนลื่นไปหมด พอถูไถไปมาหลายๆครั้งเข้า อารมณ์อยากก็เริ่มทวีคูณมากขึ้น อาจเป็นเพราะปลายหัวของแท่งเนื้อนั้นเสียดสีไปมากับติ่งเนื้อที่ยื่นออกมาหลายต่อหลายครั้ง ฉันจ่ออาวุธร้ายของชาญวุฒิให้ล่วงล้ำเข้าไปทีละนิดๆอย่างนิ่มนวลแผ่วเบาราวกับจะซึมซับความรู้สึกต่างๆ ทีละนิดๆ เจ็บน่ะเจ็บอยู่ แต่ความเสียวซ่านที่แล่นสวนขึ้นมากลับมีอำนาจดึงดูดใจมากกว่า ทุกครั้งที่ลำทวนของเขาผ่านเข้าไปในร่องรูของฉัน มันทำให้ฉันถึงกับกัดฟันแน่น แหงนหน้านัยน์ตาหลับพริ้ม…
แล้วในที่สุด มันก็เข้าไปจนหมด ฉันหยุดการเคลื่อนไหวของตัวเองเอาไว้ชั่วครู่ แต่สำหรับชาญวุฒินั้นเล่า เขาก้มหน้าลงใช้ปากดูดดื่มอยู่กับเต้าเต่งของฉัน เดี๋ยวดูดดุนข้างซ้าย เดี๋ยวก็ย้ายมาเลียไล้และขบปลายยอดที่ข้างขวา ส่วนลำทวนด้านล่างนั่นก็ค่อยๆขยับเขยื้อนอย่างนุ่มนวลเนิบนาบ… อาว์…ซ์… ทำไมมันช่างซ่านเสียวถึงขนาดนี้ นี่น่ะหรือความสุขที่ ผู้หญิงได้รับจากผู้ชาย นี่น่ะหรือความสุขที่สุดในโลกสำหรับผู้หญิง ฉันเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า มันช่างเป็นความสุขที่ไม่มีความสุขใดเสมอเหมือน จริงอยู่ที่ความสุขอื่นอาจมีคุณค่าและปริมาณเทียบเท่ากัน แต่ความสุขเหล่านั้นใช้คำพูดอธิบายออกมาได้อย่างชัดเจนและถ่องแท้ แต่ความสุขของการร่วมรักระหว่างหญิงและชายนี่ซิ คำพูดไม่ว่าจะสักกี่ล้านคำ ตัวอักษรไม่ว่าจะกี่ล้านตัว ก็คงไม่สามารถจะบรรยายได้ถูกว่าเป็นอย่างไรและมากมายแค่ไหน
“อูย…ย… ซี๊ด…ด… เสียว… เสียวจังเลย”

ฉันเริ่มครางครวญด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาโหยหวนแทบไม่เป็นภาษาคนอีกครั้ง หลังจากที่ความเจ็บเลือนลับหายไป และความเสียวซาบซ่าแล่นเข้ามาแทนที่อย่างเต็มเปี่ยม เพราะลีลาการขยับเข้าขยับออกของชาญวุฒิ เนื้อที่เสียดสีเนื้อสร้างความรัญจวนปั่นป่วนใจจนฉันต้องร่อนสะโพกรับการกระแทกกระทั้นที่ยังเนิบนาบนุ่มนวลของเขา
“เฟียร่า… เราลงไปทำที่พื้นกันเถอะนะ… บนเก้าอี้นี่มันแคบน่ะ… ทำไม่ค่อยถนัดเลย… นะจ๊ะ”
ชาญวุฒิเอ่ยปากชวนฉันให้ลงมาร่วมเสพสุขกันตรงพื้นห้อง ฉันถอดถอนร่องเนื้อของตัวเองออกจากลำทวนของเขาอย่างเสียไม่ได้เพราะความเสียดาย ก่อนจะลงมานอนที่พื้นห้อง

เราเริ่มกันใหม่ด้วยการกลับหัวกลับหางต่างฝ่ายต่างใช้ปากให้กับอวัยวะเพศของกันและกัน ชาญวุฒิใช้ลิ้นเลียไล้ซอกซอนไปตามหลืบเนื้อของฉัน บางครั้งก็ซุกเรียวลิ้นเข้าไปในร่องจนลึก… มันเสียววาบจนทำให้ฉันต้องระบายอารมณ์และความกำหนัดเอากับแท่งทวนของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย บางครั้งฉันก็ขบอย่างแผ่วเบาตรงส่วนหัว บางทีก็ฉกลิ้นวูบไปตามลำตัวที่แข็งเขม็งจนเส้นเอ็นปูดโปนออกมาให้เห็นเป็นเส้นๆนั้น บางหนก็อมเอาไว้จนเกือบสุดโคนแล้วขยอกเข้าขยอกออก
ฤทธิ์อันร้อนแรงแห่งตัณหาฉุดลากเราสองคนจนใกล้มอดไหม้ไปแล้ว ฉันเปลี่ยนบทบาทของตัวเองมาเป็นฝ่ายกระทำ เลื่อนตัวขึ้นไปทาบทับตรงส่วนแท่งทวนเอาไว้ แล้วจึงค่อยๆกดสะโพกให้ต่ำลงๆ จนกระทั่งร่องรูของฉันสัมผัสกับปลายทวนของชาญวุฒิพอดิบพอดี ฉันค่อยๆใช้ร่องรูกลืนกินแท่งทวนนั้นเข้าไปทีละนิดๆ เพราะความเลือกลื่นของหยาดน้ำที่หลั่งไหลออกมาทำให้ลำทวนผลุบหายเข้าไปในซอกหลืบของฉันง่ายกว่าเมื่อแรกเริ่ม คราวนี้ฉันโขยกสะโพกช้าและเร็วไปตามแต่ใจปรารถนา ซึ่งชาญวุฒิก็ไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย เขากระแทกบั้นเอวสวนขึ้นมาอย่างสอดคล้องกับจังหวะจะโคนอย่างแม่นยำ ความเคลิบเคลิ้มของอารมณ์ทำให้ฉันต้องยกมือข้างหนึ่งของตัวเองขึ้นมาเคล้นคลึงหน้าอกของตัวเองอย่างหนักหน่วง
“เปลี่ยนท่าเถอะนะ…เฟียร่า”

ชาญวุฒิกระซิบบอกพร้อมทั้งแนะนำท่าทาง ให้ฉันคุกเข่าโก้งโค้งกับพื้นห้อง เขาเดินเข้ามาและบรรจงสอดใส่ลำเนื้อเข้าไปตรงรอยแยกของกลีบเนื้อ โอว์…ว์… มันเข้าไปได้ลึกมากกว่าท่วงท่าที่ผ่านมาเสียอีก ทั้งเสียวซ่าน และเร่งเร้าเร่าร้อนจนฉันหยุดยั้งความต้องการของตัวเองเอาไว้ไม่ได้
“โอว์…ว์… อูว์…ว์… วุฒิขา… แรง… แรงกว่านี้อีกค่ะ”
ฉันละล่ำละลักบอกเขาไปอย่างลำบากยากเย็นพลางดันก้นไปด้านหลังรับการกระทั้นเข้ามาของเขาอย่างรุนแรง แล้วชาญวุฒิก็ทำอย่างที่ฉันบอก เขาใช้สองมือยึดจับกับบั้นเอวของฉันเอาไว้แล้วอัดกระหน่ำอาวุธร้ายประจำตัวเข้าใส่ร่องรูของฉันอย่างหนักหน่วงและหนักแน่นหลายครั้งหลายหนติดต่อกัน ขาของฉันถ่างอ้าออกโดยอัตโนมัติเพื่อให้มั่นคงมากขึ้น สองแขนที่รับน้ำหนักทางด้านหน้าพยายามทิ้งน้ำหนักไปยังช่วงแขนท่อนล่างซึ่งขนาบราบไปกับพื้น แต่ในที่สุดทั้งแขนและขาของฉันก็สั่นสะท้านจนอ่อนแรงลง เลยกลายเป็นนอนคว่ำหน้าทาบไปกับพื้นห้องอย่างหมดกำลังที่จะยันตัวเองให้โก้งโค้งอยู่ได้ แต่ชาญวุฒิก็ตามประกบพร้อมทั้งกระแทกกระทั้นท่อนเอ็นเข้าๆออกๆตรงร่องรูของฉันอย่างไม่หยุดยั้ง สองมือของเขาค่อยๆสอดเข้ามาบีบบี้เต้าเต่งของฉันด้วยความปั่นป่วนใจ
“ซี้ด…ด… ของๆเฟียร่าแน่นดีจัง… อูย…ย… บีบจังเลย… โอว์…ว์”
เขาครวญครางด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าจนไม่เป็นภาษามนุษย์ แต่ก็ยังไม่หยุดการสาวเข้าสาวออกของแท่งเนื้อ
เราเปลี่ยนมาอยู่ในท่าที่ฉันนอนหงายแล้วชาญวุฒิเข้ามาประกบสอดใส่ตรงกลาง ท่านี้เขาดันขาของฉันเสียจนติดกับหน้าอกทั้งสองข้าง ก้นของฉันลอยเด่นขึ้นมาจนเหนือพื้นห้อง ชาญวุฒิทุ่มแรงสะบัดบั้นเอวส่งลำทวนของเขาเข้าไปในร่องเนื้อของฉันครั้งแล้วครั้งเล่า อารมณ์กำหนัดของเราทั้งสองกำลังพุ่งไปสู่จุดสูงสุดที่ไม่สามารถหยุดได้อีกต่อไป เสียงครางของเราทั้งคู่ดังออกมาแข่งกันจนฟังไม่รู้เรื่องว่าเป็นเสียงของใครกันแน่
“โอย…ย… อูว์…ว์… โอว์…ว์… เฟีย… เฟียร่าจ๋า… ผม… ผมใกล้จะ… ออ… ออกแล้ว… อูว์”
เขาละล่ำละลักออกมาในขณะเดียวกันกับที่ฉันก็คร่ำครวญออกมาเช่นกัน
“ซี้ด…ด… อาวว์…ว์… วุฒิ… วุฒิจ๋า… สะ… เสียว… เฟียร่าเสียวจังเลย… ระ… แรงๆหน่อย… เร็วๆหน่อย… โอ๊ะ… เอาะ… ออกแล้ว… อึ๋ย…ย”

สิ้นเสียงครวญคร่ำละล่ำละลักเหมือนจะขาดใจ ร่างของชาญวุฒิกระตุกเกร็งขึ้นหลายต่อหลายครั้งติดต่อกัน ภายในร่องหลืบของฉันบีบรัดตอดตุบแท่งเนื้อของเขาอย่างหนักหน่วงหลายครั้งเช่นกัน ความรุนแรงของน้ำรักที่เขาทะลักหลั่งออกมามันรุนแรงจนฉันรู้สึกเสียววาบอย่างรุนแรง หลังจากพอจะตั้งสติได้ชาญวุฒิก็ดึงเอาท่อนเนื้อออกมาหลั่งน้ำรักที่ยังเหลือลงบนเนินเนื้อและหน้าท้องของฉัน โอ… มันช่างมากมายเสียเหลือเกิน
หลังจากนั้น… ชาญวุฒิก็ทิ้งตัวลงมานอนทาบทับกับเรือนร่างของฉันอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง
เรานอนพักกันอยู่ครู่ใหญ่ๆจึงเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง คราวนี้วุฒิเข้าสอดใส่ฉันในท่วงท่าที่เรานอนตะแคงข้าง เขาสอดเข้าสอดออกอยู่ค่อนข้างนานทีเดียว ก่อนจะเปลี่ยนมาอยู่ในท่าที่เขายกขาฉันดันขึ้นจนติดหน้าอกข้างหนึ่ง การกระแทกกระทั้นของเขาในเกมสวาทหนที่สองนี้ค่อนข้างหนักหน่วงรุนแรงมากกว่าเกมสวาทครั้งแรกมากมายนัก แต่ฉันกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยสักนิด อาจเป็นเพราะว่า ฉันชินกับการสอดใส่ด้วยแท่งเนื้อของเขาแล้วก็เป็นได้ จึงมีแต่ความรู้สึกซ่านสุขและสะท้านเสียวจนเหลือจะบรรยาย
เราร่วมรักกันประมาณชั่วโมงหนึ่งเห็นจะได้เขาจึงหลั่งออกมาจนเปรอะไปทั่วใบหน้าและหน้าอกของฉัน เพราะฉันใช้ปากทำรักให้กับท่อนเนื้อของเขา

หลังจากครั้งที่สอง เรายังมีครั้งที่สามอีก แน่นอนว่า ฉันมีความสุขมาก สุขจนหาสิ่งใดมาเปรียบไม่ได้ เพิ่งจะมารู้เอาก็ตอนนี้ว่า ทำไมคริสตี้, แอนนี่, ซินเธีย และลูซีถึงได้รีบมีแฟนกันนัก ก็เพราะเจ้าท่อนเนื้อที่แสดงความเป็นชายของผู้ชายนั้น มันสร้างความสุขจนสะใจให้กับผู้หญิงได้อย่างล้ำลึกนี่เอง

ทุกวันนี้ ฉันยังคงมีความรักที่สุดแสนจะหวานชื่นกับชาญวุฒิอย่างไม่จืดจาง ทุกครั้งที่เราร่วมรักกันเราจะศึกษาหาความสุขในลีลาแปลกๆใหม่ๆเพื่อเพิ่มรสชาติให้กับเพศรสมากยิ่งๆขึ้น
เหตุการณ์แรกสวาทของฉัน ทำให้ฉันค้นพบกับความสุขในเรื่องของเพศรสมาจนถึงทุกวันนี้
ฉันว่ามนุษย์หรือสัตว์โลกที่สามารถร่วมรักกันได้นี่ดีนะ เพราะเราสามารถสรรค์สร้างและสรรหาความสุขให้กับตัวเองได้อย่างมากมาย
เป็นความสุขที่หาใดมาเปรียบไม่ได้เสียด้วย