เรื่องเสียว ประสบการณ์เสียว

เรื่องเสียวที่บริษัท

อ่านเรื่องเสียวที่บริษัท
ตั้งแต่เรียนจบมาผมก็ทำงานสาย HR มาตลอดครับ แต่ย้ายที่ทำงานมาสองที่แล้ว การย้ายครั้งสุดท้ายนี่ละครับที่เกิดเรื่องเกิดราวจนผมอดใจไม่ไหวต้องจิ้มคีย์บอร์ดเล่าเป็นเรื่องราวให้ทุกท่านได้อ่านกัน
เรื่องมันเริ่มจากตอนที่ผมยังทำงานอยู่ที่เดิม เพื่อนสมัยมัธยมมันแท็กการ์ดมาทางเฟซบุ๊กเชิญไปรวมงานแต่ง (สมัยผมเด็กๆยังเห็นคนมาแจกการ์ดเชิญงานแต่งให้พ่อแม่บ่อยๆ เดี๋ยวนี้มีแต่แท็กการ์ดเอาทางเฟซบุ๊กทั้งนั้น สะดวกดี แต่ผมว่าไร้สเน่ห์ชะมัด) จำได้ดีว่าวันงานผมยุ่งมาก ที่จริงยังต้องหอบแฟ้มกลับไปเคลียร์งานที่บ้านด้วยซ้ำ แต่ผมก็ยังพยายามปลีกตัวกลับต่างจังหวัดไปร่วมงานจนได้


มันมีเหตุผลที่ผมไม่ยอมพลาดครับ เหตุผลคือเธอคนนั้นที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกับผมในวันงานนั่นแหละ
ผมขออธิบายความให้ฟังว่าผมเป็นเด็กต่างจังหวัด จบมัธยมจากโรงเรียนประจำจังหวัด งานแต่งคราวนี้ก็เป็นงานของไอ้ปอนด์เพื่อนร่วมห้องตอนม.6 ผมเข้ามาเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใกล้ๆกรุงเทพ ส่วนเธอคนที่ผมว่าก็เป็นเพื่อนร่วมห้องของผมสมัยม. 6เหมือนกัน เธอเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในตัวกรุงเทพ
พูดแบบไม่อ้อมค้อมก็คือผมแอบชอบเธอนั่นแหละ เธอชื่อไหมครับ ผมปลื้มไหมมาตั้งแต่ตอนเรียนม.ปลายแล้ว แต่ไหมเป็นคนสวย มีคนจีบเยอะ ถึงจะไม่เคยมีใครจีบติด แต่ไอ้ขี้อายอย่างผม ก็ได้แต่แอบมองอยู่อย่างนั้น ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จนเรียนจบก็แยกย้ายกันไปโดยไม่มีใครระแคะระคายด้วยซ้ำว่าผมชอบเธอ
อันที่จริงมหาวิทยาลัยของเราก็ไม่ได้ไกลกันนัก แต่ขนาดว่าเรียนม. 6 อยู่ห้องเดียวกันผมยังไม่ค่อยกล้าคุยกับไหมเลย ไอ้การจะนัดเจอกันนี่เป็นเรื่องไกลเกินกล้าจริงๆ
งานแต่งงานก็เหมือนงานรวมรุ่น ผมจึงตั้งใจมาที่นี่เพราะรู้ว่าจะได้เจอเธอ ผู้หญิงที่ผมแอบปลื้มไม่เคยลืม
ไหมยังคงสวยเหมือนเดิม ยังร่าเริงสดใสเหมือนเดิม รอยยิ้มกว้างที่ผมเคยแอบมองแล้วใจเต้นอยู่บ่อยๆ ยังคงทำให้ผมใจสั่นได้เหมือนเดิม วันนั้นเรานั่งใกล้กัน วัยที่โตขึ้นทำให้ความกล้าของผมมีมากขึ้น ผมคุยกับไหมอย่างสนิมสนมมากเสียกว่าตอนที่เรียนด้วยกันเสียอีก
ไหมเล่าให้ฟังว่าพอเธอเรียนจากคณะบริหารธุรกิจ ก็เข้าทำงานเป็น AE ของบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ทำมาได้ 4-5 ปีแล้วยังไม่เคยเปลี่ยนงานเลย ผมพอเข้าใจว่าทำไมเธอไม่เคยเปลี่ยนงาน ผมรู้ว่าไหมชอบเล่นกีต้าร์ มีความฝันอยากเป็นนักดนตรีมาตั้งแต่ตอนเรียนม.ต้น การได้ทำงานตรงกับสาขาที่จบมา ในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับดนตรี ได้คลุกคลีอยู่กับศิลปินที่พูดภาษาดนตรีด้วยกัน คงทำให้ไหมมีความสุขกับงานมาก ๆ
ไม่เหมือนกับผม ผมมาอุดอู้อยู่ทำไมกับบริษัทขายไก่ บริษัทใหญ่โตก็จริง เงินเดือนเยอะก็จริง แต่ผมไปทำงานด้วยใจห่อเหี่ยวทุกวัน ไม่มีความรู้สึกท้าทายหรือสนุกอะไรเลย
หนึ่งเดือนถัดจากนั้น ผมเลยไปสมัครงานที่ใหม่ พอเค้ารับก็ลาออกจากที่เดิมทันที บริษัทใหม่ที่ผมเลือกคือบริษัทที่ผมเชื่อว่าจะทำให้ผมไปทำงานด้วยใจกระชุ่มกระชวยทุกวัน
ผมเลือกไปทำงานที่เดียวกับไหม
————————-
ไหมตกใจเหมือนกันครับที่เห็นผมที่ออฟฟิศ ไม่รู้เธอจะคิดยังไงเหมือนกันแต่ผมโกหกเธอไปว่าบริษัทเก่ามีปัญหาเลยลาออกมา งาน AE ของไหมทำให้เธอต้องออกไปนอกออฟฟิศไปหาลูกค้าบ่อยๆ แผนกของเราสองคนก็อยู่คนละชั้นกัน แต่ผมก็หาโอกาสไปคุยกับไหมบ่อยๆ อาศัยข้ออ้างที่ว่าไหมคือคนเดียวที่ผมรู้จักในบริษัทเป็นข้ออ้าง ให้เธอเป็นพี่เลี้ยงแนะนำการใช้ชีวิตในละแวกนี้
อยู่ใกล้กัน เราเลยสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ไหมจะรู้หรือยังว่าผมชอบเธอ ผมคิดว่าผมจีบเธอก็จริง แต่การจีบแบบผู้ชายที่ชีวิตนี้ไม่เคยจีบใครอย่างผม ก็คือหาเรื่องไปเจอหน้าไปทักทายไหมทุกๆวันแค่นั้นเอง ยังไม่กล้าจะรุกอะไรมากไปกว่านั้นเสียที
จนวันที่ผมผ่านโปร ผมชวนไหมไปกินข้าวเย็นด้วยกันสองคน เธอตกลงไปกับผม เรากินข้าวด้วยกันที่ร้านหรูริมแม่น้ำ วันนั้นไหมสวยมากกว่าทุกวัน ส่วนผมก็มีความสุขมากกว่าทุกวัน
ผมจำทุกรายละเอียดของมื้อค่ำมื้อนั้นได้ ผมเก็บเอาไปฝันอยู่ทุกคืน และผมก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีความหวังแล้ว
——————————–
มาทำงานที่นี่ได้สี่เดือน ผมเพิ่งจะรู้ว่านอกจากผมกับไหมแล้ว ที่บริษัทแห่งนี้ยังมีเพื่อนร่วมโรงเรียนมัธยมทำงานอยู่ที่นี่อีกคนนึง ผมไปเจอโดยบังเอิญตอนที่ลงไปลานจอดรถแล้วไปเจอผู้ชายหน้าตาคุ้นๆ เดินเกร่อยู่แถวที่จอดรถผู้บริหาร
เขาเข้ามาทักผมก่อน คำแนะนำตัวของแจ็กทำลายความไม่แน่ใจของผมไปสิ้น เขาเปลี่ยนไปมากเหลือเกินจนตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าใช่คนเดียวกับที่ผมเคยรู้จัก
แจ็กเป็นรุ่นน้องผมสองปี ตอนผมอยู่ม. 6 แจ็กเพิ่งเข้าม.4 อันที่จริงเราก็ไม่ได้สนิทกัน แต่ทุกคนในโรงเรียนต้องรู้จักแจ็ก เขาเป็นคนดังในโรงเรียน เรียกว่าเดือนโรงเรียนก็คงจะได้ แจ็กในตอนนั้นเป็นเด็กร่างกายสูงกำยำสมเป็นนักบาส ผิวขาวไม่เหมือนเด็กคนอื่นที่คล้ำแบบเด็กท้องถิ่น หน้าตาก็ราวกับหลุดออกมาจากซีรี่ย์เกาหลี ไม่แปลกใจที่แจ็กจะมีข่าวกับสาวๆในโรงเรียนไม่ซ้ำหน้าจนเป็นที่หมั่นไส้ ตามวัฒนธรรมเถื่อนๆของโรงเรียนบ้านนอก เด็กแบบนี้ต้องโดนรุ่นพี่กระทืบแน่ๆ แต่แจ็กก็นักเลงพอตัว เขาเรียนอยู่ห้องท้ายแถว อยู่ก๊วนเดียวกับพวกนักเลง แจ็กเองก็ตีรันฟันแทงอยู่บ่อยๆจนเป็นที่เลื่องลือ เลยไม่มีใครไปทำอะไรแจ็ก
จากที่เล่ามานั้นแจ็กเหมือนอยู่คนละโลกกับผมซึ่งเป็นเด็กห้องคิง แต่ความบังเอิญทำให้เราได้มาทำงานที่เดียวกัน วันนี้แจ็กเปลี่ยนไปมากจนผมจำแทบไม่ได้ ร่างกายกำยำกลับผอมเกร็ง ผิวขาวกลับกร้านแดด ใบหน้ายังมีเค้าความหล่อเหลา แต่ตอนนี้ตะปุ่มตะป่ำไปด้วยหลุมสิวและแผลเป็น การใช้ชีวิตแบบโชกโชนทำร้ายเขาไปมากพอดู
แจ็กเล่าให้ผมฟังว่าจบม. 6 เขาไม่ได้เรียนต่อ เขาไม่บอกเหตุผลแต่ผมมารู้ทีหลังว่าตอนนั้นแจ็กติดคุกไปสองสามเดือนเพราะโดนตำรวจจับตอนเสพยาบ้า เขาบอกว่าเขาเพิ่งไปเป็นทหารมาสองปี พ้นเกณฑ์ก็เข้ากรุงเทพมาหางานทำ จนมาได้งานเป็นคนขับรถที่นี่
ผมเล่าให้ไหมฟังเรื่องที่เจอกับแจ๊ก ไหมบอกว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าแจ๊กทำงานที่นี่ แต่เธอไม่ได้พูดอะไรถึงแจ๊กอีก
ผมกับแจ็กคุยกันครั้งนั้นครั้งเดียว หลังจากนั้นก็เจอหน้ากันอีกสองสามครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่ง…
…………………………………….
ปกติแล้วที่บริษัทจะมีที่สูบบุหรี่ให้ แต่ผมไม่ค่อยได้ไปใช้ ตอนพักเที่ยงกินข้าวเสร็จผมจะขึ้นไปสูบบนดาดฟ้า ดาดฟ้าที่นี่ไม่มีคนอื่นขึ้นมาสักทีนอกจากผมเพราะมันจะรกๆหน่อยแล้วก็กว่าจะขึ้นมาได้ต้องเดินขึ้นบันไดสูงๆแคบๆ ผมชอบขึ้นมาที่นี่แล้วปีนขึ้นไปนั่งสูบบุหรี่บนหลังคาคอนกรีต หลังคาที่ว่าจะยื่นออกมาคลุมครึ่งหนึ่งของดาดฟ้า อีกครึ่งหนึ่งที่ไม่มีหลังคาคลุมจะเปิดโล่ง
วันนั้น ตอนที่กำลังนั่งใจลอย ผมสะดุ้งเพราะได้ยินเสียงลากกล่องดังครืดๆ ตามด้วยเสียงเหมือนคนกำลังกระซิบกันและเสียงหัวเราะคิกคักของผู้หญิงกับผู้ชาย
ได้ยินแล้วก็หูผึ่งสิครับ ที่เปลี่ยวๆอย่างนี้ ผู้หญิงกับผู้ชายจะขึ้นมาทำอะไรกันนอกจากเรื่องอย่างว่า ผมซึ่งอยู่บนหลังคาเดินออกไปให้ห่างจากรัศมีสายตาของคนข้างล่าง พอคิดว่าพวกนั้นจะมองไม่เห็นผมแน่ๆ ผมก็หันแล้วก้มลงไปดู
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ กล่องใบนั้นถูกลากไปขวางตรงประตูเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครเปิดประตูขึ้นมาได้ แล้วที่มุมๆหนึ่ง ผู้หญิงคนนึงกำลังใช้มือโน้มอยู่ที่คอผู้ชายในชุดซาฟารี แล้วชายคนนั้นก็โน้มคอลงจูบหญิงสาว
ความตื่นเต้นมันทวีมากยิ่งขึ้นเมื่อสายตาผมปรับกับแสงแดดได้ ผู้ชายคนนั้นที่หันหน้ามาทางผมคือไอ้แจ็กแน่ๆ ส่วนผู้หญิง เมื่อเธอหันหน้ามาผมจึงรู้ว่าเป็นไหม
ผมสับสนไปหมด ไม่รู้เรื่องราวมันเป็นมายังไงสองคนนี้จึงขึ้นมาจูบกันบนดาดฟ้าอย่างนี้ หัวใจผมแทบสลายที่เห็นผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกำลังจูบอยู่กับไอ้ขี้ยาคนขับรถ ยิ่งไปกว่านั้น สักพักไอ้แจ็กกับไหมก็ผละออกจากกัน มันเอามือวางบนบ่าไหมแล้วกดเบาๆ ไหมหน้าแดงแล้วค่อยๆคุกเข่าลงกับพื้น แล้วไอ้แจ็กก็รูดซิปกางเกงออก
ท่อนเอ็นของมันดีดออกมาจ่ออยู่ตรงหน้าไหม ผมแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นไหมยิ้มแล้วแลบลิ้นออกมาเลียทั่วท่อนลำดำๆนั้น ไม่คิดเลยว่าผมจะได้เห็นไหมผู้หญิงที่แสนเรียบร้อยทำอะไรอย่างนี้
ไอ้แจ็กเชิดหน้าขึ้นฟ้า สองมือจิกอยู่ที่เส้นผมยาวสยายของไหม มันกระดกเอวขึ้นให้ท่อนเนื้อเชิดขึ้น เพื่อให้ไหมได้เลียพวงไข่ของมันได้ถนัด ไหมทั้งเลียทั้งดูดเอาไข่ดำๆของมันเข้าไปจนเต็มปาก ไอ้แจ็กส่ายเอวไปมาด้วยความเสียว หัวควยถอกๆของมันจึงเสียดสีอยู่กับใบหน้าสวยของไหม
ไหมยิ้มเหมือนพอใจที่แกล้งมันได้ ไอ้แจ็กจึงเอาคืนด้วยการจับหัวไหมไว้ แล้วยัดควยมันเข้าไปในปากไหมทั้งลำ ไหมสู้ด้วยการดูดจนแก้มตอบ ไอ้แจ็กก็กระดกควยเข้าออกจนริมฝีปากเจือลิปสติกของไหมปลิ้นเข้าปลิ้นออก
มันถลกเสื้อไหมขึ้นขึ้นจนเห็นหน้าท้องขาวเนียน แล้วเอาขึ้นไปกองไว้เหนือหน้าอกจนผมเห็นเนินอกขาว แล้วมันก็ปลิ้นเสื้อชั้นในสีดำของไหมขึ้นไปกองไว้เหนืออก เต้านมขาวๆของไหมจึงดีดผลึงออกมาตัดกับเสื้อในสีดำ มันกระเด้าปากไหมไปด้วย ขยำหน้าอกไหมไปด้วยจนไปรอยแดง
“พอแล้วพี่ไหม ไม่ไหวแล้ว”
ไอ้แจ็กเป็นฝ่ายยอมแพ้ มันชักท่อนเนื้อที่ชุ่มด้วยน้ำลายของไหมออกมา น้ำใสๆยืดยาวออกมาที่มุมปากจนไหมต้องบ้วนทิ้ง มันพยุงไหมให้ลุกขึ้น หัวเข่าขาวเนียนของเธอตอนนี้เป็นรอยแดงเพราะเสียดสีกับพื้นคอนกรีตตามจังหวะเด้าของไอ้แจ็กมัน
มันพาไหมเดินไปที่ริมดาดฟ้าซึ่งมีกำแพงกั้นเป็นกำแพงที่สูงเท่าคาง ทั้งสองพูดอะไรกันที่ผมฟังไม่ถนัด แล้วไหมก็เอามือทั้งสองข้างจับที่ขอบกำแพง หันหลังมาทางไอ้แจ็กที่ยืนดูด้านหลัง
ไอ้แจ็กถลกกางเกงสแล็กของมันลงไปกองที่เท้า มันจับสะโพกไหมไว้แล้วดึงเธอให้ถอยหลังออกมา ตอนนี้ไหมจึงยืนโน้มตัวแอ่นก้นมาทางไอ้แจ็กและผมที่แอบดูอยู่ เสื้อเธอกองอยู่ที่กางหลังอยู่แล้ว และตอนนี้ไอ้แจ็กก็ถลกกระโปรงพลีทบานๆของเธอขึ้นไปกองไว้ที่กางหลัง แล้วรูดกางเกงในตัวน้อยลงไปที่ข้อเท้า
ก้นขาวงอนของไหมลอยโด่งมาทางผม กลีบเนื้ออวบอูมเป็นพูปลิ้นออกมาให้ผมเห็นเต็มตาทั้งสองแคม ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าชีวิตนี้จะได้เห็นไหมอยู่ในอิริยาบถแบบนี้ คงจะดีถ้าเป็นผมที่ยืนอยู่ตรงนั้นแทนไอ้แจ็ก
มันนั่งยองยองลงซุกหน้ากับหลืบเนื้อของไหมที่ลอยเด่น ไหมถึงกับส่ายสะโพกไปมา หน้าแหงนเชิดขึ้นฟ้า สองแขนบิดเกร็งด้วยความเสียว
สักพักมันก็ลุกขึ้น จับเอาท่อนเนื้อจ่อที่ปากถ้ำของไหมซึ่งตอนนี้คงชุ่มโชกด้วยน้ำหล่อลื่น มันค่อยๆยัดเข้าไปแล้วก็กระแทกควยใส่ไหมจนมิดด้าม ไหมถึงกับครางอืออย่างลืมตัว
ถ้าไม่ใช่ว่าสงสารไหม ผมคงเอามือถือออกมาถ่ายคลิปแล้ว ภาพที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้คือ AE สาวสวยกำลังโก่งก้นให้คนขับรถรุ่นน้องกระแทกหีอย่างเมามัน ไอ้แจ็กเกร็งก้นดำๆของมันกระแทกใส่ไหมอย่างไม่ยั้ง เรียวขาขาวสองข้างของไหมถ่างกว้างออกจากกันเรื่อยๆ
ไหมหันมาจูบปากกับไอ้แจ็ก หน้าตาเธอตอนนี้ไม่ใช่ไหมที่ผมคุ้นเคย ไหมที่เคยเป็นผู้หญิงหวานกับดูเซ็กซี่เมื่อผมยาวของเธอกระเซิงตามจังหวะเย็ด ใบหน้าที่แต่งมาอ่อนๆตอนนี้แดงระเรื่อและมีเม็ดเหงื่อผุดพราย ไหม เม้มปากแน่นไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกมา
ไอ้แจ็กผละมือที่เคยเกาะแน่นอยู่ที่สะโพกของไหมออก มันเปลี่ยนไปดึงแขนไหมให้โน้มตัวเข้ามาหามันแทน มันกระแทกเข้าไปแต่ละทีเข่าไหมก็ทรุดไปที
ผมได้เห็นโคกอวบอูมของไหมเต็มตาเมื่อไอ้แจ็กถอนควยออกแล้วพลิกตัวไหมให้หันหน้ากลับมา เนินหีของเธอตอนนี้เผยออ้าเผยให้เห็นหลืบเนื้อสีแดงสด ไอ้แจ๊กกับไหมจูบกันอีกรอบ แล้วมันก็ให้ไหมยกขาขึ้นข้างหนึ่ง มันกะแทกควยใส่ไหมที่โอบสองแขนมาจิกแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยสักของมันแน่น
คราวนี้ไอ้แจ๊กซอยหีไหมจนมันเสร็จ มันหลั่งข้างในไหมจนน้ำกามทะลักไหลลงมาตามเรียวขา มันเอาทิชชู่เช็ดให้ไหม แต่ไหมนี่สิ ใช้ปากทำความสะอาดของมันจนเกลี้ยง
พอทั้งสองแต่งตัวเสร็จแล้วจากไปแล้ว ผมยอมรับเลยว่ามีอารมณ์จนต้องชักว่าวบนหลังคา พอความเงี่ยนหมดไป จึงกลายเป็นความเศร้าเพราะอกหัก
ผมลงไปหาไหมที่แผนก ไหมไปแต่งหน้าแต่งตาใหม่จนกลับมาสวยพริ้งเหมือนเดิม เธอทักทายผมเหมือนเดิมโดยไม่รู้ว่าผมรู้ความลับของเธอแล้ว ใบหน้าไหมยังคงเจือด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แต่ทุกครั้งที่เธอยิ้ม ผมกลับเห็นริมฝีปากนั้นราวกับกำลังอ้าอมท่อนควยไอ้แจ็กอยู่ร่ำไป
ผมมารู้ทีหลังจากเพื่อนเก่าว่าไอ้แจ็กเคยจีบไหมเมื่อสมัยมัธยม หล่อๆอย่างมันมีหรือจะจีบไม่ติด ไหมหลงมันมาก เพื่อนบอกว่าทั้งคู่แอบคบกันไม่ให้ใครรู้เพราะไหมอายที่เด็กเรียนอย่างเธอมีแฟนเป็นนักเลง แล้วก็คงมีอะไรกันตั้งแต่ตอนนั้นเพราะเพื่อนเห็นไหมไปบ้านไอ้แจ็กบ่อยๆตอนพ่อแม่มันไม่อยู่
ทั้งคู่อาจจะห่างหายกันไปนาน แต่พอบังเอิญได้มาทำงานที่เดียวกัน ถ่านไฟเก่าเลยคุอีกครั้ง และก็เหมือนเดิม AEสาวสวยอย่างเธออายที่จะเปิดเผยว่ากำลังคบอยู่กับคนขับรถของบริษัท
ฟังดูเหมือนไอ้แจ็กจะน่าสงสาร แต่ไม่เลย ไม่นานเรื่องที่ทั้งคู่แอบคบกันก็เป็นที่ซุบซิบกันทั้งบริษัทโดยที่ไหมไม่รู้ เป็นเพราะเวลามันเมามันจะโม้ให้เพื่อนคนขับรถของมันฟังทุกทีว่า AE คนสวยที่คนอื่นๆได้แต่แอบมองนั้นมันเย็ดเธอแทบทุกเที่ยง
แล้วมันก็ไม่ทิ้งนิสัยเจ้าชู้ ผมรู้มาว่ามันฟันดะไปหมดไม่เคยจริงจังกับใคร ส่วนมากจะเป็นเด็กสก๊อยใจแตกที่มันพากลับห้องเช่าของมันไม่ซ้ำหน้า มันรู้ว่ามันกับไหมไม่มีทางได้คบกัน มันจึงเห็นไหมเป็นเพียงหนึ่งในผู้หญิงในคอลเล็กชั่นของมันเหมือนกับสก็อยพวกนั้น
“อีไหมนะเหรอ ฮ่าๆ เงี่ยนเมื่อไหร่กูก็เรียกมันไปเย็ดเล่น”
ผมได้ยินประโยคนี้เต็มสองหูตอนงานเลี้ยงของบริษัท มันพูดขึ้นมาตอนมันเมาในวงเหล้าคนขับรถของมันโดยที่ไม่รู้ว่าผมยืนอยู่แถวนั้น
ใจหนึ่งผมก็สงสารไหม แต่ผมจะทำอะไรได้ ได้แต่ขึ้นไปแอบอยู่บนหลังคา ไปแอบดูไอ้แจ็กใช้ไหมระบายความเงี่ยนทุกๆเที่ยง