เรื่องเสียว ประสบการณ์เสียว

หน้ากากแฟนตาซี

หน้ากากแฟนตาซี
### ตอนที่ 1 ###

นับตั้งแต่วันนี้ “มาลิน” เด็กสาวที่เพิ่งแตกเนื้อสาวด้วยวัยเพียง 16 ปี ก็จะหมดอิสระภาพลง เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่เธอต้องเข้าพิธีแต่งงานกับนักธุรกิจผู้ร่ำรวยวัย 50 ปีคนหนึ่ง ชายรุ่นพ่อจัดการสู่ขอเธอกับพ่อแม่ หลังจากได้พบกันเพียงแค่ครั้งเดียวในงานเลี้ยงคืนหนึ่งเท่านั้น โดยที่ตัวของมาลินเองยังไม่ทันที่จะได้เรียนรู้ความรักตามประสาวัยสาวของเธอเลย เธอยังไม่เคยได้สัมผัสกับความรัก ความผิดหวัง น้ำตา ความสุข หรืออะไรก็ตามที่เป็นนิยามของความรัก พอแตกเนื้อสาวเธอก็ถูกจับจองทันที ทำให้ดูเหมือนว่าช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตเธอได้หายไป


“ดีใจด้วยนะ มาลิน เหมือนหนูตกถังข้าวสารเลย” เพื่อนสาวมาลินเอ่ยแสดงความยินดี
“ใช่ ๆ พ่อแม่เธอจะได้สบายซะทีนะ” เพื่อนสาวอีกคนสมทบ
มาลิน ทำหน้ายิ้มแย้ม แต่ในใจยังรู้สึกไม่ค่อยจะมีความสุขกับการแต่งงานในครั้งนี้นัก ครอบครัวของมาลินจัดว่าเป็นลูกผู้ดีเก่า เธอถูกเลี้ยงดูมาแบบผู้ดี และอาศัยสมบัติที่ปู่ย่าสร้างและสะสมมา ซึ่งกำลังจะหมดไปเรื่อย ๆ ดังนั้น มาลินจึงไม่มีทางเลือกที่จะปฏิเสธการแต่งงานในครั้งนี้ คืนแรกของการแต่งงาน เจ้าบ่าววัยใกล้เกษียณก็หมดแรง และหลับไป ปล่อยให้มาลินแอบนั่งร้องไห้ด้วยความอาลัยต่ออิสระภาพที่ต้องสูญเสียไปอย่างเงียบ ๆ

==========

### ตอนที่ 2 ###

…..เวลาผ่านไป 18 ปี…..
“แม่ครับ ผมออกไปตีกอล์ฟกับเพื่อน ๆ นะครับ”
เด็กหนุ่มวัย 17 ปี วัยกำลังห้าวตะโกนบอกผู้เป็นแม่พลางคว้าหมวกมาสวมที่หัว
“เดี๋ยว ๆ ลูกโอ้ เดี๋ยวแวะไปส่งแม่ที่สมาคมก่อน” เสียงมาลินนั่นเอง
“เร็ว ๆ หน่อยสิแม่ ผมรีบนา…”
สามีของมาลินนั้นถึงจะแก่ แต่ก็ยังมีฝีมือพอที่จะทำให้มาลินท้องและได้กำเนิดลูกชายไว้เป็นทายาทสืบสกุลขึ้นมาได้
…..ณ สนามกอล์ฟ…..
“ตีไม่ค่อยดีเลยนะวันนี้ เป็นอะไรไปวะ โอ้” ศิวะเพื่อนของโอ้เอ่ยถาม
“มันเซ็ง ๆ ว่ะ ไม่ค่อยมีอารมณ์ตี บอกตามตรงนะ ที่มาตีด้วยวันนี้น่ะ เพราะกูรับปากกับมึงไว้”
โอ้ ลูกชายคนเดียวของมาลินกล่าว พร้อมกับนั่งยอง ๆ กับพื้นหญ้า
“เป็นอะไรไปวะ” ศิวะพูดพลางเข้าไปนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ
“ก็ยัยแนนเด็กโรงเรียนข้าง ๆ โรงเรียนเราที่ข้าชอบอยู่น่ะสิวะ มันดันมีแฟนแล้วน่ะสิ”
“อ้าว อย่างนี้ก็แห้วดิ” ศิวะเล่นหน้าเล่นตา
“เออแล้วแฟนแม่นั่นมันใครวะ อย่าบอกนะว่าเป็นไอ้เห่ยแว่นหนาเตอะที่เดินข้าง ๆ วันนั้นน่ะ”
“เออสิวะ เห็นบอกว่ามันชื่อมะโด่ง”
“ทำไมมึงไม่แย่งมาวะ” ศิวะยุ
“กูไม่อยากเป็นบาปเป็นกรรมโว้ย ลองคิดดูใจเขาใจเรา ถ้าเราโดนบ้างมันจะเจ็บแค่ไหน”
โอ้ กล่าวหนักแน่นพลางลุกขึ้นยืน ศิวะรู้สึกทึ่งในความคิดเพื่อน จึงลุกขึ้นพร้อมกับเอามือตบไหล่ปลอบเพื่อนเบา ๆ
“เอาน่า.. มึงอย่าเซ็งเลย นี่กูมีเรื่องเด็ดจะบอกมึง รับรองมึงหายเซ็ง”
“เรื่องอะไรวะ”
“อะแฮ่ม” ศิวะกะแอม ก่อนที่จะบอกกับเพื่อนเบา ๆ ว่า
“คืนพรุ่งนี้มีงาน Fancy Night ใส่หน้ากากที่โรงแรมไฮโซเกรส”
“ฮื่ย….. แค่เนี้ย!! งานธรรมดา” โอ้ พอได้ฟังก็ส่ายหน้า
“เฮ้ย… อย่าเพิ่งสรุปความเด่ะ มึงฟังให้จบก่อน งานเนี้ยเป็นงานพิเศษและลับเฉพาะ แจกบัตรเข้างานกันเฉพาะสมาชิก VIP เท่านั้น”
“พิเศษไงวะ? ”
“ก็ใส่แต่หน้ากากโว๊ย แต่เสื้อผ้าไม่ใส่”
“หา!!! ” โอ้ ถึงกับตะลึงตาค้าง
ศิวะได้ทีจึงกล่าวแกมหยอก
“กูรู้ว่ะ ว่ามึงไม่อยากไป มึงเป็นคนดี โอ้ งั้นกูไปคนเดียวนะ” แล้วทำท่าเดินหนี
“หึ ๆ ๆ ถ้ามึงทำงั้นจริง วันนี้มึงก็เดินกลับละกัน..”
…..ณ สมาคมหญิงไฮโซ…..
“อะไรนะ ใส่แต่หน้ากาก ไม่ใส่เสื้อผ้า!!! ” มาลินกล่าวออกมาด้วยความตกใจ ราตรีเพื่อนสาวต้องรีบเอามืออุบปาก
“เบา ๆ สิ มาลิน เดี่ยวความก็แตกหมดหรอก”
“บ้าเหรอราตรี ฉันไม่ไปด้วยหรอก งานบ้าบออะไรเนี่ย”
“เธอไม่ไปแล้วจะเสียใจ ปีที่แล้วฉันไปมา สนุกจนลืมไม่ลงเลย” ราตรีกล่าว
“ใช่ ๆ ปีที่แล้วฉันก็ไปกับราตรี ประทับใจมากเลย”
อัญญา เพื่อนสาวอีกคนพูดสมทบ ได้ฟังเพื่อนสาวทั้งสองคนบอกเช่นนั้น มาลินก็ชักเริ่มอยากรู้และหยุดฟังเพื่อนสาวเล่าต่อ
“ฉันน่ะตื่นเต้นมากจนบอกไม่ถูก พูดแล้วยังเสียวหวิว ๆ ไม่หาย มันเป็นงานที่แปลก ทุกคนจะใส่หน้ากากเพื่อปิดบังใบหน้าและตัวตนที่แท้จริงไว้ ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นใคร ในนั้นมันทั้งมืด ทั้งสลัวด้วยแสงไฟ คละเคล้าด้วยเพลงเสียงอึกทึก ไม่มีใครสนใจว่าใครจะทำอะไรกัน” ราตรีเล่า
“แล้วพวกเธอไม่อายเหรอ เปลือยอย่างนั้นนะ” มาลินซักไซ้
“แหมเธอก็…นอกจากหน้ากากแล้ว เขาอนุญาตให้ใส่กางเกงในได้อีกหนึ่งตัว แต่ถ้าใครจะถอดโชว์ก็ไม่ว่า แต่มีข้อแม้ว่าห้ามเปิดหน้ากากเท่านั้นเอง”
อัญญาพูดเสริม ราตรีจึงเล่าต่อ ว่า
“งานนี้ฟรีทุกอย่าง ทั้งเครื่องดื่มทั้งอาหาร คนที่จะเข้าไปได้ต้องมีบัตร ซึ่งเขาจะแจกบัตรให้เฉพาะสมาชิก VIP เท่านั้น เผอิญฉันได้มา 3 ใบ พอดี นี่เห็นว่าเธอเป็นเพื่อนสนิท และเห็นเธอบ่นเซ็งชีวิต เลยอยากจะหาอะไรใหม่ ๆ ก็เธอบ้าง”
มาลินนั่งอึ้ง หน้าแดงร้อนผ่าวด้วยความอาย เพราะไม่เคยทำอะไรอย่างนี้มาก่อนในชีวิต
“แล้ว ไปเนี่ยจะต้องมี sex ด้วยหรือเปล่า” มาลินถาม
“อืม.. มันก็แล้วแต่เธอนะ ถ้าเธอพอใจเธอก็ทำได้ ถ้าไม่พอใจก็ปฏิเสธไป”
ราตรีตอบ อัญญาเสริมอีกว่า
“พวกผู้ชายน่ะ จะเตร็ดเตร่ทั่วไปงาน และจะเดินแข็งโด่มาอวดโชว์ให้ผู้หญิงดูต่อหน้า ถ้าเราพอใจก็เลือกเอาได้ หุ่นดี ๆ มาดเท่ๆ มีเยอะแยะ ใหญ่ ยาว หรือแบบไหนก็มี เธอไม่ต้องไปพึ่งความสุขจากสามีแก่ ๆ ไร้สมรรถภาพของเธอหรอก”
“นี่ ไม่ต้องมาตอกย้ำฉันหรอก ถึงผัวฉันจะแก่ แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่ ไม่เหมือนพวกเธอที่ผัวตายไปแล้วหรอกน่า …เออ.. แล้วปีที่แล้วพวกเธอมีอะไรกับผู้ชายพวกนั้นรึปล่าว”
มาลินสงสัย เพื่อนสาวทั้งสองคนมองหน้ากัน ยิ้มแล้วตอบพร้อมกับว่า
“ไม่บอก อยากรู้ก็ตามไปดูเอง อิอิ”
มาลินยังคงลังเล
“ฉันยังไม่ตอบตกลงนะ ขอคิดดูก่อน”
“ได้… ยังมีเวลาให้เธอคิดอีก 1 วัน งานเริ่มคืนพรุ่งนี้นะจ๊ะ ถ้าเปลี่ยนใจก็โทรมา ฉันจะไปรับเธอที่บ้านเอง” ราตรีกล่าวตบท้าย
………………..
“เฮ้ย.. จะดีหรือวะ กูอายนะโว้ย”
“อะไรกัน โอ้ ไม่ได้เปลือยหมดซะหน่อย ยังมีปราการด่านสุดท้ายของท่านชายอีกหนึ่งตัว” ศิวะพูดพร้อมกอดอกยืดตัว
“ถึงยังไงกูก็อายว่ะ เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ กูไม่เคยโชว์ให้ใครดู” โอ้พูดพร้อมกับลังเลสับสน
“ไม่ถอดไม่ได้เหรอวะ”
“เฮ้ย.. มึงจะบ้าเหรอ อย่างนี้ก็เอาเปรียบคนอื่นน่ะสิ ใครจะยอม มึงเล่นไปดูของคนอื่นซะทั่ว แต่ของตัวเองปิดซะมิดอย่างเงี้ย” ศิวะท้วง
“ก็ถูกของมึงนะ”
“เอาน่า… คนอื่นเขายังไม่อายกัน เดี๋ยวถ้างัย ก่อนเข้างานกูจะพามึงไปดื่มย้อมใจเรียกความกล้าหน่อยละกัน”
“อืม..เข้าท่าดีเหมือนกัน ถึงกูจะอายมาก ถึงมากที่สุด แต่กูก็อยากไปว่ะ อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง”
พูดเสร็จเขาก็ขับรถถึงประตูรั้วหน้าบ้านของศิวะพอดี
“งั้นก็อ่ะ นี่บัตรมึง เก็บไว้ดี ๆ นะโว้ย งานเขาจัดตั้ง 3 คืน ระวังแม่มึงเห็นล่ะ แล้วจะอดไป”
ศิวะยื่นบัตรให้โอ้ พร้อมกับนัดแนะเวลากัน จากนั้น โอ้จึงแวะกลับไปรับแม่ที่สมาคม
………………..
“ทำไมวันนี้เลิกเร็วจังลูก” มาลินถามเมื่อเห็นลูกชายขับรถมารับ
“วันนี้ตีไม่ค่อยดีครับ เลยไม่อยากเล่นต่อ” โอ้ตอบตะกุกตะกัก
“แล้วแม่ล่ะครับ ทำไมวันนี้ประชุมเลิกไวจัง”
“อะ.. อ๋อ.. คือ แม่ปวดหัวนิดหน่อยน่ะ เลยออกมาก่อน” มาลินก็ตอบตะกุกตะกักเช่นกัน

===========================

### ตอนที่ 3 ###

และแล้วก็ถึงวันรุ่งขึ้น มาลินกระสับกระส่ายตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปดีหรือเปล่า แต่ขณะที่ยังตัดสินใจยังไม่ได้ ก็ยังไม่วายที่จะคัดเลือกกางเกงในที่จะใส่ในคืนนี้
“เอ…เอาตัวไหนดี ตัวนี้ดีกว่า ปิดมิดชิดดี”
“อืมม…ไม่เอาดีกว่าเชยชะมัด เดี๋ยวใคร ๆ ก็หาว่าเราโบราณพอดี หรือว่าตัวนี้ดีบางเฉียบเลยไม่ไหว หรือตัวนี้ดีมีลูกไม้เห็นขนทะลุพรอมแพรม หรือ G-String ดีนะ”
“แม่ทำอะไรอยู่ครับ”
มาลินถึงกับสะดุ้งตกใจหายวาบ
“โอ้!!! ทำไมลูกเข้ามาในห้องแม่ไม่เคาะประตูก่อน” มาลินดุลูกชาย
“อ้าว ก็ผมเห็นประตูมันเปิดอ้าทิ้งไว้นี่ครับ”
“อะ..เอ่อ อ้อ เหรอ งั้นปิดให้แม่ที แม่จะเปลี่ยนชุด”
“ได้ครับ ..แม่ครับคืนนี้ผมขอไปนอนค้างบ้านเจ้าศิวะดูฟุตบอลนะครับ”
“ไปนอนบ้านเขาอีกแล้วเหรอลูก เกรงใจเขาออก แต่ก็..อืม..ไปเถอะจ๊ะ”
“ขอบคุณครับ..เย้!!!” โอ้พูดพลางปิดประตูห้อง แต่ก็ให้นึกฉงน
“เอ… ทำไมคราวนี้ของ่ายจังวะ เห็นทุกทีกว่าจะขอได้ แทบตาย ฮึ่ม.. ช่างมันเถอะ แม่อนุญาตก็ดีแล้ว อิอิ”
คล้อยหลังลูกชาย มาลินคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทร
“ฮัลโหล ราตรีเหรอ คืนนี้ OK 3 ทุ่มนะ”
“อ้าว เปลี่ยนใจไปแล้วเหรอมาลิน แล้วสามีเธอล่ะ”
“ไม่ต้องห่วง ฉันจัดการได้”
“ได้ งั้นเจอกัน 3 ทุ่มตรงนะ”
ครั้นเวลา 3 ทุ่ม เสียงรถของราตรีก็เข้ามาในบ้านของมาลิน ชาตรีสามีของมาลินก็ถือไม้เท้าเดินลงบันได้มา
“อ้าว…นั่นจะไปไหนน่ะมาลิน” สามีของเธอถามด้วยเสียงสั่นเครือตามวัยที่ชราและกำลังป่วย
“มีงานเลี้ยงที่สโมสรน่ะ คืนนี้หนูกลับดึกหน่อยนะ พี่นอนไปเถอะ ส่วนกับข้าวยายแจ๋วจัดการให้แล้วในครัว”
พูดเสร็จเธอก็รีบก้าวออกจากประตูบ้าน โดยไม่รอฟังคำกล่าวจากสามีอีก และแล้วมาลินก็เข้ามาถึงบริเวณงานเลี้ยง
“โอ้โฮ ทำไมตกแต่งสถานที่ซะหรูอย่างนี้ล่ะ มีริบบิ้นห้อยระโยงไปทั่วเลย” มาลินตะลึง
“ก็อย่างนี้แหล่ะ งานระดับ VIP นี่นา ดูอย่างทางเข้าสิ กว่าจะเข้ามาได้เห็นไหมล่ะ ลึกลับซับซ้อนผ่านตั้งหลายด่านแน่ะ” ราตรีกล่าว
“อืม ฉันชักตื่นเต้นแล้วล่ะ ราตรี มาลิน” อัญญากล่าวพร้อมกับขนลุกซู่….
“ฉันก็เหมือนกัน”
ราตรีก็รู้สึกเช่นเดียวกัน มาลินพูดไม่ออกได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
“เชิญทางนี้เลยค่ะ เดี๋ยวเชิญแต่งตัวที่ห้องนี้ได้เลยนะคะ”
พนักงานต้อนรับสาวสวยชุดบันนี่ออกมาต้อนรับ ทั้งสามคนจึงเดินเข้าสู่ห้องแต่งตัวเพื่อเตรียมเข้าไปในห้องจัดงาน ภายในห้องแต่งตัวสามสาวกำลังรวบรวมความกล้า แล้วกำลังจะถอดเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวต่อหน้าเพื่อน แต่ก็ยังลังเลอาย ๆ กันอยู่ทั้งสามคน ราตรีเห็นท่าไม่ดีจึงเป็นคนเริ่มต้น
“ถึงฉันจะ 33 แล้วแต่หุ่นชั้นยังดีนะ”
ราตรีกล่าวเพื่อกลบเกลื่อนความอาย พลางถอดเสื้อเชิ้ตและกระโปรงออก และเธอก็ปลดตะขอเสื้อในออก ปล่อยให้นมสองเต้าอูมใหญ่ซึ่งยังมิได้คล้อยยานไปตามวัย ออกมาอวดสายตาต่อหน้าเพื่อนทั้งสอง สองสาวทั้งมาลินและอัญญาพอเห็นเพื่อนไม่อายแล้วถอดแบบนั้น จึงเกิดความกล้าและถอดเสื้อผ้าบ้าง
“โอ้โห..หัวนมเธอใหญ่ดีจังมาลิน” อัญญากล่าวพร้อมกับมองไม่ละสายตา
“อัญญา เธออย่ามองกันอย่างนี้สิ ฉันอายนะยัยบ้า” มาลินกล่าวเขิน ๆ ค้อนควับเข้าให้
“นี่ พวกเธอ อย่ามาแซวกันเองอย่างนี้สิ สูญเสียความมั่นใจหมด โน่น.. ไปดูในห้องงานโน่นมีเพียบ” ราตรีท้วง
สามสาวถึงแม้ไม่ได้เป็นวัยสาว แต่ทุกคนยังรักษาหุ่นได้อย่างดี ราตรีหน้าอกอูมใหญ่ หัวนมตั้งชี้ ผิวออกคล้ำ ขาอวบ ก้นงอนได้รูป ผมยาวหยิก (เพิ่งไปทำผมมา) ใส่กางเกงในเครื่องหนัง แบบ G-String มีขนนกประดับอยู่ที่ขอบกางเกงใน อัญญาผิวขาวหมวย รูปร่างบางแต่ก็มีดีในตัวเอง นมขาว หัวนมสีน้ำตาลอ่อน ขนาดเต้านมไม่ใหญ่มาก นมคล้อยเล็กน้อย ผิวละเอียด ผมยาวถึงหลัง ใส่กางเกงในลูกไม้แบบมองทะลุได้สีขาว มาลิน หน้าอกเต่งตึงที่สุด เนื่องจากได้สามีชรา ทุกส่วนสัดจึงถูกใช้งานน้อยครั้ง ทำให้ยังดูอวบ มาลินมีขนที่แขนและหน้าท้องเจือๆ ดูเซ็กซี่ ก้นขาวจ้ำม่ำ ดูมีน้ำมีนวล แต่ไม่ถึงกับอ้วน เต้านมขาว ฐานหัวนมใหญ่ หัวนมสีชมพู แต่ช่วงตั้งแต่ล่างสะดือลงไป ออกจะอวบ ต้นขาดูใหญ่ มาลินเลือกกางเกงสีชมพูบางๆ มองทะลุได้ แต่มีลายลูกไม้ด้านหน้า เอาไว้ปิดบังของสงวน
“ไปกันได้หรือยังล่ะ” ราตรีชวน
“เอ่อ ไป..ไป.. สิ”
===========================

### ตอนที่ 4 ###

สามสาวเดินออกมาจากห้องแต่งตัวและเดินเข้าไปในห้องงานด้วยความตื่นเต้น ภายในห้องงานมีแสงไฟสลัวและมีเสียงเพลงดังอย่างครึกครื้น พอมาถึงทุกคนก็ตะลึงกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า
“โอ้โห..คนเยอะจังเลยราตรี” มาลินอุทาน
“แถมยังไม่ใส่เสื้อผ้ากันเลยด้วย โทงเทงไปหมด”
อัญญาอุทานบ้าง สามสาวเริ่มปรับตัว ปรับความรู้สึก และพยายามขจัดความอายของตัวเองทิ้งไป ไม่นานนักก็เริ่มรู้สึกกลมกลืนไปกับบรรยากาศนั้น
“ไป..เราไปหาที่นั่งกันก่อนเถอะ”
ราตรีชวน หลังจากเลือกทำเล หาที่นั่งแล้วได้แล้ว สามสาวก็เริ่มสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสร้างความคึกคักให้กับตัวเอง
“ยู้ฮู้….เอ้า!!! ชนแก้วหน่อย”
เสียงหัวเราะปะปนกับเสียงเพลงอึกทึก ช่างดูได้บรรยากาศความซ่ายิ่งนัก เวลาผ่านไปได้สักพักนึง สามสาวเริ่มคึกคักตามลำดับ
“นี่ ๆ เธอดูแม่คนนั้นสิ นมก็ใหญ่ล้น แถมอ้วนแผละอีก คิก ๆ “
อัญญาเริ่มสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ ตัวหลังจากแอลกอฮอล์ในเลือดได้ที่แล้ว
“เธอดูแต่ผู้หญิง เธอไม่ดูผู้ชายบ้างล่ะ ดูคนนั้นสิ นี่ขนาดยังไม่แข็งตัวนะยังใหญ่ขนาดนั้นเลย” ราตรีก็เริ่มชักกรึ่ม ๆ เช่นกัน
“ไหน ๆ ” อัญญาชะเง้อมองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็นบ้าง
“นั่นไง นั่นไง มุมโน้น” ราตรีชี้
“โอ้หูย…เธอเอ๊ย..ใหญ่จริง ๆ ด้วย มีหวังโดนเสียบทีบานแน่ย่ะ ฮ่า ๆ ๆ ” อัญญาหัวเราะร่วน
มาลินเองก็เริ่มหน้าแดง เลือดสูบฉีด และกำลังมีอารมณ์คึกคักสุดขีดเช่นกัน แต่ก็ยังคงไว้ท่าตามประสาผู้ดีเก่า
“พวกเธอนี่ ทะลึ่งจริง ๆ ” มาลินกล่าว
เหล่าผู้คนเดินเพ่นพ่านไปมา บ้างก็เดินอวดของลับกันอล่างฉ่างทั้งหญิงและชาย บ้างก็มีเพียงกางเกงในตัวจิ๋วบังที่นาผืนน้อย ๆ เอาไว้ แต่ถึงแม้จะมีกางเกงในปิดบังเอาไว้ ก็ดูเหมือนทุกคนเต็มใจที่จะเปิดเผยมันออกมาโชว์ถ้าหากเจอคนที่ถูกใจ
“นี่ ราตรีเธอจะถอดกางเกงในนั่นออกมั๊ยคืนนี้” อัญญาถาม
“อ๋อ แน่นอน!! ถ้าฉันเจอหนุ่มหุ่นล่ำ ๆ กล้ามใหญ่ ๆ ตามสเป็คของฉันล่ะก็.. และที่สำคัญฉันชอบท่อนใหญ่ ๆ มันสะใจดี ฮ่า ๆ ” ราตรีกล่าวด้วยสีหน้าระรื่น
“ของฉันชอบยาว ๆ นะ ไม่ชอบใหญ่มาก เพราะยาว ๆ มันถึงใจดี แล้วเธอล่ะมาลิน” อัญญากล่าวบ้าง
“ไม่!! ฉันไม่ถอดเด็ดขาด แค่นี้ฉันก็อายจะแย่อยู่แล้ว” มาลินยืนยันหนักแน่น
ราตรีและอัญญามองหน้ากันเลิ่กลั่ก พร้อมกับเชื่อในคำพูดนั้นของมาลิน เพราะมาลินถูกเลี้ยงมาแบบลูกผู้ดี คงรักนวลสงวนตัวมากกว่าพวกเธอเป็นแน่
“เอ่อ..ราตรี แต่ฉันยังกังวลอยู่อย่างหนึ่ง” มาลินถาม
“อะไรเหรอ”
“เธอว่า จะมีคนจำเสียงของเราได้มั๊ย”
“โถ…นึกว่าเรื่องอะไร จำไม่ได้หรอก เสียงพูดที่ผ่านหน้ากากที่เราใส่อยู่มันฟังดูทุ้ม ๆ กว่าปกติ ฉันยังจำเสียงเธอไม่ได้เลย” ราตรีบอก
“เสียงเพลงก็กลบออกอย่างนี้” อัญญาเสริม
“นั่นสิเนอะ เสียงพวกเธอก็ฟังดูเพี้ยนไปเหมือนกัน” มาลินเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย
“เธอกังวลมากไป เดี๋ยวจะไม่สนุกเอา” อัญญาพูดพลางยกแก้วเหล้าเย็น ๆ ขึ้นมาดื่มอย่างชื่นใจ
ทันใดนั้นก็มีหนุ่มรูปร่างสูง หุ่นดี ผิวขาว ใส่หน้ากากเสือดาว กางเกงในสีดำ ถือแก้วเหล้าเดินเข้ามาพวกเธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลขึ้นว่า
“ขอโทษครับ ถ้าไม่รังเกียจเต้นรำกับผมซักเพลงได้ไหมครับ”
สามสาวหันมามองตามเสียงนั้น แล้วมองหน้ากันเหมือนขอความคิดเห็น
“กับใครล่ะคะ? ” ทุกคนแทบจะถามเป็นเสียงเดียวกัน
ชายหนุ่มหันมาทางมาลิน สาวหน้ากากสีชมพู เพราะหุ่นของเธอดูต้องตามากที่สุด นมเต่งตึง หัวนมชี้ ผิวขาวมีน้ำมีนวลน่าสัมผัส
“กับคุณไงครับ”
“เอ่อ..ขอโทษนะคะ ฉันไม่ชอบเต้นรำ” มาลินกล่าวปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย
ราตรีเห็นท่าไม่ดีก็เลยพูดแทรกขึ้นมาว่า
“แต่ฉันชอบ”
ชายหนุ่มกลัวเสียหน้า ประกอบกับคิดว่าใครก็ได้ ขอให้เป็นผู้หญิงเถอะ จึงเอ่ยกับราตรีว่า
“งั้น คุณจะเต้นรำกับผมได้ไหมครับ”
“ได้..ถ้าคุณเอาไอ้นี่ออกมาโชว์ให้ฉันดูก่อน”
ราตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงหัวเราะปนทะลึ่งพร้อมกับเอานิ้วชี้ตรงเป้ากางเกง ซึ่งมันอยู่ไม่ห่างจากหน้าของราตรีนัก นิ้วของราตรีห่างจากเป้ากางเกงของเขาไม่ถึงคืบ
“ฮิ ๆ ราตรีเธอนี่ร้ายกาจจริง ๆ” อัญญาเอามือปิดปากหัวเราะชอบใจ ส่วนมาลินก็แอบอมยิ้ม
สามสาวหัวเราะอย่างสนุก ส่วนชายหนุ่มกำลังอยู่ในภาวะตัดสินใจ และสูดลมหายใจเข้าก่อนจะพูดว่า
“ได้เลย เล่นไม่ยาก”
พูดเสร็จเขาก็ล้วงจ้าวโลกของเขาออกมาอวดต่อหน้าสาว ๆ สร้างความตะลึงในความกล้าของเขายิ่งนัก
“มันแปลกดีจัง หัวสีแดงดีจังเลย” อัญญาคิดในใจ มาลินเองก็มองตาไม่กระพริบเหมือนไม่เคยเห็น
“ทำไมมันเล็กจังล่ะ” ราตรีกล่าว
“แหม.. ก็มันยังไม่แข็งตัวนี่ นี่ถ้ามันแข็งนะ 7 นิ้วเชียวนาจะบอกให้” ชายหนุ่มโอ้อวดด้วยความภาคภูมิใจ
“จริงเหรอ? ” ราตรีทำน้ำเสียงไม่เชื่อ
“เหรอ แล้วทำยังให้มันแข็งตัวล่ะ” อัญญากล่าวด้วยความสนใจอยากรู้อยากเห็น
“ก็เปิดของพวกคุณให้ผมดูบ้างสิครับ”
“แหวะ! ลูกไม้ตื้น ๆ ฉันไม่หลงกลหรอกย่ะ” ราตรีเมินหน้าและยิ่งทำน้ำเสียงประชดประชันเข้าไปใหญ่
ชายหนุ่มจึงเสียไม่ได้ เลยเอามือจับจ้าวโลกของตัวเองรูดขึ้นรูดลงช้า ๆ เบา ๆ ท่ามกลางสายตาที่ลุ้นจ้องมองด้วยความอยากรู้ของสามสาว ไม่นานนัก จ้าวโลกที่หลับไหลก็ผงาด ผงกหัวขึ้นมาอย่างองอาจ อวดศักดาให้สามสาวได้เห็นประจักษ์แก่สายตา
“โอ้โห..ใหญ่และแข็งเป๊กตามที่คุยไว้เลย” อัญญาทึ่ง ปลายหัวที่แดงใสต้องกับแสงไฟทำให้ยิ่งดูน่ามอง
“เห็นมั๊ย ทีนี้เชื่อผมหรือยัง”
“โอเค ฉันจะเต้นรำกับคุณ”
ราตรีพูดพร้อมกับลุกขึ้นยื่นมือออกไปให้ชายหนุ่มจูงออกไป ทิ้งให้อัญญาและมาลินนั่งกันอยู่สองคน
“เธอว่าจะมีคนชวนเราออกไปเต้นรำบ้างไหมมาลิน” อัญญารำพัน
“หุ่นเธอสวยก็ดีนะ ฉันว่าเดี๋ยวชายหนุ่มต้องมาชวนเธออย่างแน่นอน” มาลินปลอบเพื่อน
สักพักหนึ่งราตรีก็กลับมานั่งที่พร้อมกับชายหนุ่มคนเดิมก็มานั่งด้วยข้าง ๆ

===========================

### ตอนที่ 5 ###

“เร็วเข้าโว๊ย โอ้ งานเขาเริ่มกันนานแล้ว” ศิวะวิ่งนำโอ้เข้ามาในงานอย่างกระหืดกระหอบ
“ตื่นเต้นโว๊ย…ศิวะ เฮ้ยเดี๋ยวก่อนขอกูฉีดน้ำหอมแป๊บนึง”
“เร็วซี กูใจร้อน…..” ศิวะเร่งเร้า พอเข้ามาในงานปุ๊บ สองหนุ่มก็เห็นภาพซึ่งราวกับสวรรค์ไม่ปาน
“โอ้โห” ทั้งคู่มองตาค้าง
ศิวะนั้นน้ำลายไหลออกมาแบบไม่รู้ตัว ทั้งสองหนุ่มเป้ากางเกงตุง แข็งโด่แบบไม่รู้ตัว ชั่วครู่ทั้งคู่ก็รู้สึกตัว
“เฮ้ย!!…อายเค้าลูก นอนลง ๆ ” ศิวะพูดพลางลูบชะโดน้อยของตัวเองให้นิ่งลง
“นั่นสิวะ เดี๋ยวเค้าจะหาว่าเราไม่เคยเห็น เสียหน้าแย่เลย ต้องควบคุมอารมณ์ดี ๆ ฮึ่ม…” โอ้พูดพลางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
แต่สถานการณ์ก็ไม่เป็นดังที่ใจของทั้งคู่สั่งไม่ ทั้งสองเดินแข็งโด่ ทักทายคนไปทั่วงาน เหมือนคนไม่เคยเจอ ทั้งโคกน้อยใหญ่ ขนดก ขนปุย ขนรำไร หรือแบบโกนขน เต้านมอะร้าอร่าม มีให้เห็นกันจะ ๆ ทั่วไป แล้วแต่จะเลือกมองตามสบาย
“เฮ้ย ๆ โอ้ มึงดูแม่คนนั้นสิ แม่งหูสวยชิบหายเลยว่ะ ซี๊ด” ศิวะกระซิบข้าง ๆ หูพร้อมกับสูดน้ำลาย
“เฮ้ย กูว่าหูเล็กไปว่ะ มึงดูคนนั้นซะก่อน ท่าทางมีอายุหน่อยนะ แต่หูแม่งโคกใหญ่ฉิบหาย กูชอบ…” โอ้พูดขึ้นบ้าง
“เราลองไปขอนั่งด้วยซักคนดีกว่านะ” ศิวะชวน
“กับใครล่ะ เขานั่งกันเป็นคู่ ๆ หมดแล้ว เออ…คนนั้นดีกว่าว่ะ นั่งคนเดียว”
พูดพลางสองหนุ่มก็ตรงดิ่งเข้าไปหาแม่สาวผมหยิกดัด หน้ากากและกางเกงในสีเขียวอ่อนใส
“สวัสดีครับ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ” ศิวะกล่าวทักทายหญิงสาว พร้อมกับสายตาที่พิจารณาเจ้าหล่อนไปทั่วร่าง
“เชิญค่ะ” หญิงสาวมีไมตรีตอบ
“อู๋ย..เสียงหวานด้วยว่ะ หึย…” ศิวะหันมากระหยิ่มยิ้มย่องกับโอ้
แล้วทั้งคู่ก็นั่งเลยประกบหญิงสาวทั้งสองข้างแบบแซนวิช
“นมขาวเป็นลูกน่าดูดดีแท้แม่คุณเอ๋ย…” ศิวะคิดในใจให้สยิว
“หอมดีว่ะ กลิ่นแชมพูที่เส้นผมเนี่ย ขาก็ขาวสวย น่าลูบไล้จริงๆ.. ” โอ้เองก็คิดในใจเช่นกัน
“มานานหรือยังคะ? ” หญิงสาวชวนคุยด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ ใส ๆ
“ก็สักพักนึงแล้วครับ แล้วคุณชื่ออะไรครับ” ศิวะถามต่อ
“ชื่อเจี๊ยบค่ะ ว๊าย..” พูดเสร็จเธอก็ทำตลับแป้งบนโต๊ะของเธอหล่น
สองหนุ่มรีบแย่งกันคว้าแทบจะฉับพลัน ทำให้ตัวของหนุ่มทั้งสองสัมผัสโดนตัวของหญิงสาว
“อุ๊ย… ตัวโคตรนิ่มเลย หอมด้วย” ศิวะคิดในใจพร้อมกับตอบกลับไปว่า
“ผม แอปเปิล (ชื่อปลอม) ครับ”
“ผม เอ้ ครับ” โอ้ก็บอกชื่อปลอมไปเช่นกันตามที่ได้นัดแนะกันมา
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“เช่นกันครับ”
พูดขาดคำก็มีชายหนุ่มรูปร่างใหญ่ผิวคล้ำ เดินไม่ใส่กางเกงใน ท่อนใหญ่แข็งโด่เดินตรงเข้ามาหาทั้งสาม
“เข้าห้องน้ำเสร็จแล้ว เราไปกันเถอะ” ชายหนุ่มผู้มาใหม่กล่าว
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำ พร้อมกับหันมาร่ำลาศิวะและโอ้
“ไปก่อนนะ แล้ววันหลังเจอกันใหม่ค่ะ บ๊าย บาย…” เสียงหวาน ๆ จากไป ปล่อยให้สองหนุ่มนั่งมองหน้ากันอยู่ลำพัง
“เป็นงัย.. แห้ว…มั๊ยล่ะ” โอ้ตัดพ้อ

===========================

### ตอนที่ 6 ###

ทางฝ่ายด้านมาลิน ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งดึก งานก็ยิ่งคึกคักมากขึ้นตามลำดับ มีชายหนุ่มน้อยใหญ่ควักเจ้าโลกออกมาอวดโฉมต่อหน้าสาว ๆ ทั้งสามคนไม่ขาดระยะ เพื่อหวังจะชวนออกไปเต้นรำสร้างสัมพันธ์อันจะเป็นบันไดไปสู่การมี sex กันต่อมา หลาย ๆ คนเริ่มจับคู่ ซุกไซ้กัน และบางคนก็ร่วมเพศกันบนโต๊ะอย่างโจ๋งครึ่ม รวมทั้งโต๊ะข้าง ๆ สามสาว ก็เริ่มส่งเสียงครางกันอื้ออึง
อัญญาเหลือบไปเห็นกลุ่มผู้หญิงข้างโต๊ะ กำลังพากันเอามือกำท่อนเอ็นของชายหนุ่มคู่ขารูดขึ้นรูดลง สลับกับใช้ปากดูดอย่างเมามัน แม้จะมีกระถางต้นไม้บังอยู่ แต่ก็ไม่ยากที่จะมองผ่าน
“หูย… ทำไมโจ่งแจ้งกันอย่างนี้นะ”
เก้าอี้ในงานถูกจัดเป็นแบบชุดโซฟา ซึ่งเรียงโค้งต่อกันเป็นมุม ทำให้ง่ายและเอื้ออำนวยแก่การมีเพศสัมพันธ์ พออัญญาหันกลับมา ก็พบราตรีกำลังซุกไซ้ล้วงควักกับหนุ่มหน้ากากเสือดาวเช่นกัน เธอตลึงเล็กน้อย จึงหันไปมองหน้ามาลินเหมือนจะถามความเห็น แต่ทว่ามาลินกลับทำเป็นมองไม่เห็น ไม่รู้ไม่ชี้กับการกระทำนั้นของราตรี
………………..
โอ้และศิวะเดินเตร็ดเตร่ จนมาพบกับหญิงสาววัยดึกคนหนึ่ง ใส่หน้ากากหนังสีดำ นมเริ่มคล้อย กางเกงใน G-String สีดำ
“สองหนุ่มจะไปไหนจ๊ะ” หญิงสาวถาม
“เอ่อ..เดินทักทายเพื่อน ๆ ไปเรื่อย ๆ น่ะครับ” โอ้ตอบ
“ถ้าไม่รังเกียจมานั่งดื่มกับพี่ก็ได้นะ”
หญิงสาวพูดพลางฉุดแขนและพยายามเอาเนื้อตัวไปถูสัมผัสกับหนุ่มทั้งสอง เพื่อหวังจะปลุกเร้าสร้างความสนใจ
“เอ่อ..คือ เผอิญ ผมนัดกับเพื่อนไว้ทางฟากโน้นน่ะครับ”
ศิวะรีบปฏิเสธในกริยานั้นของหญิงสาว และพยายามสลัดให้หลุดจากอ้อมแขน แต่ไม่ทันที่จะหลุดเพื่อนของหญิงสาวอีกคนก็มาช่วยฉุดกระชากอีกแรง
“จะรีบไปไหนล่ะจ๊ะ มาสนุกกันตรงนี้แป๊บนึงก่อนสิ” หญิงรูปร่างอวบวัยดึกอีกคนพูด
ศิวะและโอ้มองหน้ากันเหมือนจะรู้ใจกัน ทั้งสองรีบแกะมือผู้หญิงทั้งสองออกแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
“เฮ้อ..เกือบไม่รอดว่ะ” ศิวะถอนหายใจ
“นั่นดิ แก่ขนาดนั้น ไม่ไหวว่ะ” โอ้เองก็กระหืดกระหอบ
“เราหาที่นั่ง แล้วหาอะไรดื่มหน่อยเถอะว่ะ เริ่มคอแห้งแล้วเนี่ย” ศิวะชวนเมื่อแก้วเหล้าที่เขาถือมาด้วยหมดแล้ว
“เออ…ดีเหมือนกัน แต่จะหาที่นั่งดี ๆ สักที่นี่มันยากว่ะ ถึงแม้คนจะเยอะ แต่ส่วนใหญ่เขาก็จับจองผู้หญิงดี ๆ ไปกันหมดแล้ว” โอ้ตอบ
ศิวะเองก็พยายามเล็งหาไปรอบ ๆ ตัว
“โอย เห็นแต่หอยว่ะ ลานตาไปหมดแล้ว”
“เฮ้ย…นั่นไง ผู้หญิงสามคนนั้นน่ะ ยังเหลือว่างอีกตั้งสองคนแน่ะ” โอ้พูดพลางเอามาชี้มาทางกลุ่มของราตรี
“โอ้โหศิวะ มึงดูผู้หญิงหน้ากากสีชมพูนั่นสิ สเป็คกูเลยว่ะ อวบมีน้ำมีนวลน่าสัมผัสที่สุด นมก็เต่งตึง อู้หู..รอดได้ไงวะ”
“เอ่อสวยจริงด้วย แต่กูว่าที่ยังรอดน่ะ เป็นเพราะสาวเจ้าไม่เล่นด้วยหรอกมั้ง กูว่า” ศิวะเห็นด้วย
สองหนุ่มไม่รอช้าตรงดิ่งเข้ามาหาที่นั่งของราตรี อัญญา และมาลิน โดยโอ้หารู้ไม่ว่านั่นน่ะคือแม่ของตัวเอง เพราะคาดไม่ถึงว่าจะเป็นไปได้
“สวัสดีครับ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ” โอ้กล่าวทักทายอย่างสุภาพ
อัญญาหันไปตามเสียงนั้น เธอรู้สึกระอาเพราะคิดว่าคงจะเหมือน ๆ กับชายอื่น ๆ ที่แวะเวียนมาหาพวกเธอเท่านั้น แต่ทว่า เหมือนจะถูกชะตา มาลินกลับชอบในท่าทางอันสุภาพของโอ้ซึ่งดูเป็นผู้ดีเหมือนดังที่เธอเคยสอนลูกไว้ เธอจึงพูดว่า
“เชิญนั่งสิคะ”
อัญญาถึงกับแปลกใจ เพราะปกติมาลินไม่เคยชวนใครนั่งมาก่อน จึงหันกลับมามองสองหนุ่มด้วยสายตาพยายามค้นหาว่ามีอะไรดี ส่วนมาลินเองก็แปลกใจ และไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมไปชวนเขานั่งได้ สองหนุ่มเริ่มพูดคุยอย่างสนุกสนานซึ่งดูสนิทสนมกันเร็วกับพวกสาว ๆ
“เอ่อ..พวกเธอนี่คุยสนุกเหมือนกันนะ” ราตรีชมสองหนุ่ม
ยิ่งดึก ๆ เข้าจากเรื่องตลกธรรมดาที่เล่ากัน ก็กลายมาเป็นโจ๊กลามกใกล้สะดือเข้าไปทุกที แต่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และบรรยากาศรอบข้างพาไป ทำให้ทุกคนยิ่งรู้สึกสนุกสนานยิ่งเล่าก็ยิ่งกระสัน
ราตรีและหนุ่มหน้ากากเสือดาวขอตัวไปห้องน้ำ อัญญาจึงขอไปบ้าง ศิวะจึงอาสาไปส่ง ซึ่งเหมือนกับเป็นการเปิดโอกาสให้อยู่กันเป็นคู่ ๆ
“เอาให้สำเร็จนะโว๊ย กูรู้.. คนนี้สเป็คมึง” ศิวะกระซิบข้างหูของโอ้ก่อนจะเดินจากไป
โอ้กระแซะเข้ามานั่งใกล้ ๆ มาลิน พร้อมกับสายตาที่มองลงไปยังกางเกงในสีชมพูลูกไม้นั้นประดุจจะมองให้ทะลุ เขาพิจารณาถึงความนูนที่ดันเนื้อผ้าออกมา
“อู้หู คงอูมน่าดู”
เมื่ออยู่กันสองต่อสอง ทั้งคู่กลับเงียบไม่รู้จะพูดกันดี อาจเป็นเพราะรู้สึกเขินกัน ๆ บ้าง สถานการณ์นิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง พลันสายตาของโอ้ก็เหลือบไปเห็นเหรียญตกอยู่ที่พื้นเหรียญหนึ่ง จึงเกิดไอเดียขึ้นมา
“เรามาพนันกันดีกว่าครับ” โอ้เริ่มแผนการณ์
“พนันอะไรคะ?”
“หัวก้อยไง ให้คุณเลือกก่อน” โอ้พูดพลางหยิบเหรียญขึ้นมา
“เดี๋ยวก่อน แล้วเราจะเอาอะไรเป็นเดิมพัน”
“ก็..ถ้าใครแพ้ก็ถอดชั้นในออกไงครับ”
มาลินได้ฟังก็ยิ้มส่ายหัวเหมือนไม่อยากจะเล่นด้วย ทันใดเธอก็นึกสนุกอยากจะเห็นของเด็กวัยรุ่นหนุ่ม ๆ ดูบ้างว่าจะเป็นยังไง อีกทั้งก็ยังดีกว่านั่งนิ่งอยู่เปล่า ๆ เธอจึงพูดว่า
“ฉันเอาหัว!!…” เสียงมาลินเน้นคำว่า “หัว” เสียจนโอ้เริ่มฉงน
“งั้นผมเอาก้อย”
ขาดคำโอ้ก็ดีดเหรียญขึ้นไปแล้วตะปบมันลงที่ท่อนแขน มาลินชะเง้อมองตามที่ท่อนแขนใกล้ ๆ ด้วยใจลุ้นระทึกแล้วเขาก็ค่อย ๆ เปิดมันออกมา
“อ๊า…เห็นมั๊ย!!! หัวจริง ๆ ด้วย” มาลินร้องด้วยความดีใจ พร้อมกับตบมือแปะ ๆ
โอ้เห็นดังนั้นก็รู้สึกเสียววาบด้วยความอาย แต่ด้วยความมึนจากพิษสุราจึงทำให้เขามีความกล้าพอที่จะ..
“โอเค โอเค ได้เลย ผมรักษาคำพูดเสมอ”
โอ้กล่าวพร้อมกับขยับตัวจับขอบกางเกงใน แล้วรูดมันออกอย่างช้า ๆ ท่ามกลางสายตาที่จ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นของมาลิน
“โอ้โห…”
มาลินถึงกับอุทานเบา ๆ เมื่อเห็นท่อนเนื้อซึ่งแข็งชี้โด่ สีขาวดูสะอาดสะอ้าน หัวแดงบานใหญ่ ยาวราว ๆ สัก 6 นิ้วครึ่ง แต่มีขนาดใหญ่ได้รูป โดยหารู้ไม่ว่าเมื่อก่อนเธอเองก็เคยอาบน้ำและฟอกสบู่ให้เจ้าเนื้อท่อนนี้มาแล้ว
“นี่ขนาดยังเป็นเด็กอยู่แท้ ๆ นะเนี่ย” มาลินคิดในใจพลางตะลึงเพ่งมองด้วยความสนเท่ห์ เธอรู้สึกคุ้นตาและคุ้นเคยกับท่อนเนื้อท่อนนั้นอย่างบอกไม่ถูก แต่นั่นก็แน่นอนอยู่แล้วเพราะท่อนเนื้อนั้นมันเหมือนกับสามีชราของเธอสมัยที่ยังหนุ่มพอมีแรงแข็งตัวเหมือนถอดแบบมาเปรี๊ยะ จะว่าไปตอนแต่งงานสามีเธอก็ปาเข้าไป 50 แล้ว ท่อนเนื้อจึงดูคล้ำและย่นไปหน่อย แต่ท่อนนี้เพิ่ง 17 เท่านั้นเอง
“ดูพอหรือยังครับ” โอ้ถาม
มาลินจึงได้สติว่าลืมตัวและเสียกริยาไปชั่วขณะ เธอจึงขยับตัวทำเป็นวางมาดผู้ดีใหม่
“ทำไมอยู่ดี ๆ มันแข็งตัวได้ล่ะคะ” มาลินยังสงสัย
“มันก็เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เห็นคุณแล้วครับ”
โอ้ตอบพลางสบสายตาที่อยู่เบื้องหลังหน้ากากนั้น โดยที่มาลินหารู้ไม่ว่านี่เป็นลูกชายแท้ ๆ ของตัวเอง และโอ้เองก็หารู้ไม่ว่าผู้หญิงที่ตัวเองหลีจ้องจะฟันอยู่นั้นเป็นแม่แท้ ๆ ของตนเช่นกัน โอ้พยายามเก็บนกเขาที่ไม่เต็มใจอยากจะอยู่ในกางเกงในนัก จนมาลินหัวเราะเบา ๆ ด้วยความขำในท่าทางของเขา
“เอ่อ… สงสัยมันอยากจะรับลมน่ะ” เขาพูดแก้เขิน
“อ่ะ ขออีกตานึง ให้ผมได้แก้ตัวบ้าง” เขาชวนอีกครั้ง
มาลินทำท่าเหมือนยึกยัก
“ก็ได้ อีกตาเดียวนะ ตาสุดท้าย จะได้ไม่หาว่าฉันเอาเปรียบคุณ ฉันเอาหัวเหมือนเดิม”
“ได้ งั้นผมเอาก้อย” พูดเสร็จโอ้ก็ดีดเหรียญขึ้นไปอีกครั้ง แล้วคราวนี้มันก็ออกก้อย
“เย๊!! ออกก้อย ตาคุณบ้างแล้ว” โอ้พูดด้วยตาที่เป็นประกายสดใส
มาลินอ้ำอึ้ง ส่วนโอ้ก็รอด้วยใจกระหยิ่ม ทันใดมาลินก็เหลือบไปเห็นเพื่อนสาวทั้งสองคนกลับมาพอดี
“นั่นไง พวกเขามาแล้ว ฉันขอตัวไปห้องน้ำบ้างนะ” พูดเสร็จมาลินก็คว้ากระเป๋าเดินตรงไปห้องน้ำ
“อ้าว อย่างนี้ขี้โกงกันนี่นา” หนุ่มโอ้ก็ได้แต่มองตาม

===========================

### ตอนที่ 7 ###

มาลินเดินหนีเข้าห้องน้ำไปได้สักพัก เธอก็เดินออกมาหลังจากทำธุระเสร็จแล้ว พอเดินออกมาได้สักหน่อยเธอก็หยุดคิดอยู่ที่มุมลับตาคนมุมหนึ่ง เหมือนกำลังลังเลว่าจะกลับเข้าไปนั่งดีหรือหนีกลับบ้านดี เธอเริ่มสับสนทั้งที่มันก็ไม่ได้ยากอะไรเลยถ้าเธอคิดจะหนีกลับตอนนี้ เพียงแต่โทรเข้ามือถือบอกเพื่อน ๆ เท่านั้น แต่ในตอนนี้เธอรู้สึกว้าวุ่น ภาพดุ้นเอ็นของหนุ่มโอ้กำลังวนเวียนอยู่ในหัวเธอ ไม่จางหายไปสักที
“ทำไมภาพของ ๆ เขา ถึงได้ติดตาเรานักนะ… นี่เราเป็นอะไรไป มาลิน…เธอเป็นกุลสตรีนะ จะคิดแบบนั้นไม่ได้”
มาลินสับสน และพยายามพูดข่มใจตัวเอง ในที่สุดเธอก็ติดสินใจที่จะเดินกลับไปยังห้องแต่งตัว เพื่อเปลี่ยนชุดแล้วกลับบ้าน ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงของผู้ชายคนหนึ่ง
“คิดอะไรอยู่เหรอครับ” โอ้นั่นเอง เขาเดินออกมาตามมาลิน ยังไม่ทันที่มาลินจะตอบคำถาม โอ้ก็พูดต่อว่า
“คิดถึงไอ้นี่ของผมอยู่หรือเปล่า”
เขาพูดเหมือนรู้ใจพร้อมกับควักจ้าวโลกออกมาแล้วเอามือกำรอบดุ้น แล้วเดินเข้าไปใกล้ ๆ มาลิน เธอบิดหน้าหนีด้วยความอาย
“จะทำอะไรน่ะ” เธอถาม
“ก็มาทวงสัญญาจากคนขี้โกงไง ดูเจ้าตัวน้อยของผมสิ มันรอดูของคุณอยู่นะ ไม่จ๋งจ๋านมันเหยอ”
โอ้พูดแกมหยอก ๆ เสียงอ่อนเสียงหวาน
“บ้า! ทะลึ่ง เอามันออกไปห่าง ๆ ฉันนะ” มาลินพูดพร้อมกับมองหน้า
“ถ้ายังไม่เอามันเก็บ ฉันจะบีบให้คอหักเลย”
“ใจร้ายจัง..แต่ผมว่าคุณไม่กล้าทำมันหรอก” โอ้ยังตื้อ
“ทำไมจะไม่กล้า” มาลินเถียง
“ก็ลองสิ”
“ฮึ่ม อย่ามาท้านะ” มาลินพูดพลางเอามือคว้าหมับเข้าให้กลางลำดุ้นพอดี พอได้กำมันเธอกลับรู้สึกร้อนวูบ มันนิ่ม ๆ แข็ง ๆ และอุ่น ๆ บอกไม่ถูก แล้วเธอก็ถามเขาว่า
“ทำยังไงคุณถึงจะเลิกตอแยฉันเนี่ย”
“คุณก็ทำตามสัญญาก่อนสิ”
มาลินถอนหายใจ แล้วก็พูดอย่างเสียไม่ได้ว่า
“เอาล่ะ ฉันถอดให้ดูก็ได้ แต่ห้ามบอกใครนะ”
พูดเสร็จเธอก็ค่อย ๆ รูดกางเกงในลูกไม้สีชมพูของเธอลงไปช้า ๆ ท่ามกลางสายตาของโอ้ ที่คอยลุ้นอย่างใจระทึก ครั้นพอได้เห็น
“โอ้โห…แม่เจ้าประคุณ…ทำไมถึกได้โคกใหญ่โหนกนูนแบบนี้นะ”
โอ้ถึงกับอุทานไม่รู้ตัวเมื่อเขาได้เห็นมันเต็มตา เขาจ้องมองสองกลีบที่เบียดตัวปิดสนิท เส้นขนซึ่งมีรำไรได้รูปชวนให้หลงไหล ง่ามสามเหลี่ยมสวยงามและขาวเหมือนสีผิวของเจ้าของ
“คุณเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากเลยครับ ของคุณสวยมากถ้าใครได้เป็นสามีคุณ เขาคงจะหลงคุณและไม่มีวันทิ้งคุณเด็ดขาด” โอ้เอ่ยปากชมจากใจจริงในขณะที่ตายังคงจ้องโคกนั้นไม่ละสายตา พร้อมกับรำพันว่า
“Can’t take my eyes off you”
“อย่าจ้องมากอย่างนี้สิคะ ฉันอายเหมือนกันนะ”
มาลินกล่าวด้วยความขวยเขินทั้งจากคำชมและสายตา เธอจึงเดินถอยหลังนิดนึงเพื่อจะนั่งพิงบนพนักของโซฟาใกล้ ๆ มาลินหันกลับมามองบ๊วย ของโอ้บ้าง ซึ่งขณะนี้มันแข็งเป๊กกว่าเดิม หัวก็แดงบานใหญ่กว่าเมื่อครู่มาก แถมยังผงกหงึก ๆ เป็นอาการบอกเขาเกิดอารมณ์ทางเพศอย่างเต็มพิกัดแล้ว แล้วเธอก็สังเกตเห็นว่าขณะนี้ทั้งบ๊วย ของเขาและหูของเธออยู่ไม่ไกลกันเลย ห่างกันไม่ถึงสองคืบ ถ้าคิดจะเอาสอดใส่กันก็ง่ายนิดเดียว โอ้เองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน หากจะสอดใส่เข้าไปก็ไม่ไกลเกินเอื้อม แล้วมีหรือที่เขาจะทิ้งโอกาสนั้น แต่หารู้ไม่ว่าหูตรงหน้าของเขานั้นเป็นหูของแม่บังเกิดเกล้าของเขาแท้ ๆ ซึ่งครั้งหนึ่งวัยเด็กเขาเองก็เคยแอบดูมาแล้ว
โอ้ค่อย ๆ เอามือกำรอบบ๊วย ของตัวเองแล้วกดลงเพื่อให้หัวบ๊วย อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะเสียบเข้ารูหู เขาเคลื่อนมันเขาไปใกล้หูเธออย่างช้า ๆ ท่ามกลางสายตาของมาลินที่มองการกระทำของเขาอยู่ตลอด แต่เธอก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ว่าทำไมขณะนี้เธอไม่มีแรงขยับตัวหนีเลยดั่งต้องมนต์ ทั้งที่ถ้าเธอคิดจะหนีก็ทำได้ไม่ยาก หรือว่าใจหนึ่งของเธอเองก็อยากจะให้เขาทำอย่างนั้นเหมือนกัน ในที่สุดหัวบ๊วย ก็บรรจบปากรูหู ความอุ่นและนุ่มของเนื้อทำให้ทั้งสองคนรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เขาค่อย ๆ ดันมันเข้าไปอย่างช้า ๆ จนเข้าไปทั้งหัว มาลินสะดุ้งเฮือกเหมือนจะเจ็บแปลบ ๆ เล็กน้อย แต่ด้วยน้ำหล่อลื่นของเธอถูกหลั่งออกมาไม่รู้ตัวเปียกชุ่มอยู่ในรูสวาทนั้น จึงทำเจ้าดุ้นเอ็นยักษ์ค่อย ๆ คืบคลานเข้าไปในถ้ำได้อย่างช้า ๆ พอได้จังหวะเขาก็ดันพรวดจนในที่สุดมันก็เข้าไปเกือบมิด มาลินถึงกับสะดุ้งเฮือก ความเจ็บจากรูที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้เธอถึงกับหน้าแหย
“โอ๊ย “
“อาในที่สุดมันก็เข้าไปแล้ว…”
โอ้คิดในใจด้วยความสุขและความภูมิใจที่บอกไม่ถูก ใจนั้นก็เต้นระรัวยิ่งกว่าเสียงรัวกลอง
“ฉันได้เธอแล้ว…”
ใครเล่าจะรู้ว่าขณะนี้เขากำลังเสียบหูแม่ตัวเองอยู่ และมาลินก็หารู้ไม่ว่ากำลังโดนบ๊วย ลูกตัวเองเสียบคาอยู่จะ ๆ โอ้ดึงมันออกมาแล้วดันเข้าไปช้า ๆ หนึ่งครั้ง คราวนี้มันเข้าได้ลึกกว่าเดิมหน่อย เพราะน้ำหล่อลื่นของรูหูของมาลินได้ช่วยชะโลมท่อนบ๊วย ไปบ้างแล้ว เขาเสียบค้างอยู่ท่านั้นไม่กล้าขยับกลัวมาลินจะเจ็บ เพราะของมาลินนั้นคับแน่นมาก เนื่องจากว่าไม่ได้ถูกสิ่งใดล้วงล้ำเข้าไปในรูนี้นานแล้ว
“พอแค่นี้เถอะค่ะ” มาลินอ้อนวอน
โอ้ไม่ฟังเสียง เขาถอนชักออกมาช้า ๆ แล้วดันเข้าไปใหม่อีกหนึ่งที
“เฮือก…” มาลินครางเบา ๆ ในลำคอ
โอ้เห็นอาการอ่อนระทวยของมาลินยิ่งได้ใจจึงเริ่มบรรเลง เขาชักบ๊วย ออกมาแล้วสาวเข้าไปอีกราว 4-5 ทีติดกัน
“โอ๊ย…ซี๊ด…”
มาลินครวญออกมาอย่างไม่อายด้วยความเสียวที่ไม่เคยได้สัมผัสมานาน เธอร้อนวูบวาบไปทั้งตัว มันเสียวและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก หลังจากโอ้ชักเข้าชักออกไปได้สักพัก ความเจ็บปวดเหมือนตอนเมื่อโดนเสียบไปครั้งแรก ๆ มันหายไปปลิดทิ้ง เหลือไว้แต่ความเสียวซึ่งมันทวีมากขึ้น ๆ
“โอ๊ย….ซี๊ด….เสียว” มาลินเสียวกระสันเกินจะบรรยาย เธอเอาสองมือกอดคว้าที่ต้นคอของโอ้อย่างลืมตัว
“โอ๊ย…ผัวขา…..”
เธอลืมตัวเปล่งเสียงครวญที่เธอไม่ได้พูดมันออกมานาน โอ้เองก็เสียวและมันเกินกว่าสวรรค์ชั้นเจ็ดจะนิยามได้ เขาเม้มปากและตั้งหน้าตั้งตาโยกกระแทกบ๊วย เน้นลงไปยังโคกหูที่ขาวใหญ่นั้นอย่างเต็มๆ เสียงโหนกกระทบกันดังพั่บ ๆ ไปทั่วบริเวณ กลีบหูที่ใหญ่ของมาลินคาบลำบ๊วย ของโอ้ไว้แน่นเหมือนกับเต็มใจและยินดีรับการกระแทกจากดุ้นบ๊วย ที่แข็งตัวเต็มพิกัดนั้น
“โอ๊ว.. อยากเป็นที่สุด สมใจอยากผมจริง ๆ ” โอ้รำพึงออกมาบ้างด้วยน้ำเสียงกระเส่า
มาลินถ่างขาออกให้กว้างขึ้นเพื่อให้โอ้กระแทกได้ง่าย โดยหารู้ไม่ว่าชายที่เธอถ่างหูให้เป็ดอยู่นี้เป็นลูกชายที่เธอรัก และเลี้ยงมาเองกับมือ โอ้เองก็หารู้ไม่ว่าหญิงสาวที่มีหูสเป็คเดียวกับที่เขาชอบโปรดปรานมากที่สุดจะเป็นแม่ตัวเอง จากหูที่มีสองกลีบปิดสนิทของมาลิน บัดนี้ถูกแหกให้บานออกด้วยท่อนบ๊วย อันกระสันของลูกชายเธอเอง โอ้จ้องมองดูหูที่ขาวอิ่มถูกบ๊วย เขากระแทกอย่างภาคภูมิใจ และก็อดที่ไม่ได้ที่จะจูบมัน เขาถอนบ๊วย ออก ฉับพลันเพื่อไม่ให้ขาดจังหวะ เขาก้มหน้าเอาริมฝีปากจูบสองกลีบหูที่กำลังบานนั้นทันที พร้อมกับเอาลิ้นตวัดไปทั่วสลับกับเอาปากดูดติ่งแท้ดที่แลบออกมาด้วยความเงี่ยนสุด ๆ ทำเอามาลินถึงกับหน้าบิดหน้าเบี้ยว ร้องครางลั่น แบบไม่อายคนใกล้เคียง แต่ด้วยเสียงเพลงที่มันดังอึกทึกกลบไปหมด อีกทั้งคนอื่น ๆ ก็ง่วนอยู่กับคู่ขาของตัวเองเช่นกัน สถานการณ์แบบนี้จึงไม่มีใครสนใจใครอีกต่อไป
“อ๊าา!!…” เธอครางเสียงยาว
โอ้โงหัวขึ้นมาจากหว่างขานั้น พลันคว้าบ๊วย เอามาแทงต่ออย่างเมามัน
“อ๊าา…สุดยอดที่สุดเลยครับ”
แทนเสียงตอบจากมาลินเป็นเสียงครางที่ฟังไม่ได้ศัพท์ของเธอ
“อา โอ๊ย …ซี๊ด”
ด้วยความกระสันสุด ๆ ของทั้งสอง หลังจากเขาโหมกระหน่ำสาวบ๊วย กระแทกลงหูอย่างหนักหน่วงและเร็วขึ้น ๆ ถี่ขึ้น ๆ จนเสียงโหนกกระทบกันดังพั่บ ๆ ถี่ยิบ จากนั้นชั่วอึดใจทั้งคู่ก็ถึงจุดสุดยอดพร้อม ๆ กัน
“โอ๊ว…ผมถึงแล้ว อึ๊บ อ๊าา…”
“ฉะ…ฉันก็ถึงแล้ว อ๊าา……”
บ๊วย ของโอ้กระตุกฉีดพ่นน้ำรักขาวข้นเข้าไปในหูของมาลิน 5-6 ที ส่วนมาลินก็ขมิบหูเป็นจังหวะเนื่องจากถึงจุดสุดยอดอยู่ราว ๆ 6-7 ทีเช่นกัน
“อา…รู้สึกโล่งสบายจัง…”
โอ้หยุดนิ่งเสียบคาบ๊วย ไว้อย่างนั้น ท่ามกลางเหงื่อที่โทรมกาย พร้อมกับกล้ามเนื้อและความรู้สึกที่ผ่อนคลายลงหลังจากได้รีดพิษความเงี่ยนออกไปแล้ว มาลินหัวใจเต้นตุบ ๆ หูอื้อไปหมด แต่ก็รู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายเป็นอย่างมาก โอ้ไม่ลืมที่จะควักยาคุมให้มาลินกินหนึ่งเม็ด โดยทั้ง ๆ ที่เขาเองก็รู้ว่ามันเสี่ยงมาก หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยาง แต่สถานการณ์ตอนนั้นมันพาไปจริง ๆ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็แต่งตัวแล้วก็เดินจูงมือกันออกไปสมทบกับเพื่อน ๆ
“หายไปไหนกันมา นานเชียว” ราตรีทัก เมื่อเห็นโอ้และมาลินเดินกลับมาพร้อมกัน
“ไปปรับความเข้าใจกันมานิดหน่อยน่ะครับ” โอ้ตอบ
“เออ…ขอให้แค่นั้นจริงเหอะ” ราตรีประชดประชัน
มาลินและโอ้หันมามองหน้ากันซึ่งถึงแม้จะมีหน้ากากปิดบังอยู่ แต่ทั้งคู่ก็รู้ว่าต่างฝ่ายคงจะกำลังกำลังมีรอยยิ้มที่ริมฝีปากแน่นอน
โอ้เหลียวหาศิวะเพื่อนยากเมื่อไม่เห็นส่งเสียง แล้วเขาก็พบว่าศิวะนั้นโดนอัญญามอมเหล้า จนเมาพับหลับคาโซฟา อด..ไป
“อ้าวแล้วหนุ่มหน้ากากเสือดาวล่ะครับ”
“ไปหาคู่ขาใหม่แล้วมั้ง ก็ชั้นไม่ให้เค้านี่ คงจะรู้ว่าอยู่ต่อก็คงไม่ได้แอ้มเลยทนเงี่ยนไม่ไหว ไปหาคู่ใหม่ดีกว่า”
ราตรีตอบด้วยคำพูดตรง ๆ โผงผางแบบภาษาชาวบ้าน ๆ

===========================

### ตอนที่ 8 ###

หลังจากงานเลี้ยงสิ้นสุดลงทุกคนก็เลิกลากันไป ฝ่ายหญิงก็ไม่ได้รับปากว่าจะมาในคืนพรุ่งนี้อีกหรือเปล่า
“คุณจะมาอีกไหมครับ” โอ้หันหน้ามาถามมาลินเบา ๆ
“ขอคิดดูก่อนนะ ไม่แน่ อาจจะไม่มา” มาลินตอบ
“ยังไงผมก็จะรอคุณ” โอ้ทิ้งท้าย แล้วก็ประคองศิวะเพื่อนรักซึ่งเมาแอ๋ สิ้นท่าไปขึ้นรถ
มาลินขับรถกลับเข้าบ้าน เธอรู้สึกแปลกใจที่เห็นไฟในบ้านยังเปิดอยู่
“เอ..ใครยังไม่นอนอีกนะ ลูกเราก็ไปค้างบ้านเพื่อนนี่นา”
มาลินนึกถึงลูกชายที่เพิ่งเอากันไปโดยไม่รู้ตัวหมาด ๆ เมื่อเธอกลับเข้าบ้านก็พบคุณชาตรี สามีของเธอนั่งรออยู่
“อ้าวยังไม่นอนอีกหรือคะคุณพี่”
“ทำไมกลับดึกนักล่ะ นี่มันจะตี 2 แล้วนะ” ชาตรีทำเสียงไม่พอใจ
“ก็งานเลี้ยงมันติดพันน่ะค่ะ เจอพวกเพื่อนรุ่นเก่า ๆ ที่ไม่ได้เจอกันหลายปีแล้วเลยคุยกันนานหน่อย” มาลินโกหกหน้าตาเฉย
“หนูขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ รู้สึกเหนียวตัวมาก”
มาลินเดินเลี่ยงหนีทันทีไม่ยอมฟังคำสามีชราซึ่งบ่นตามหลังมา มาลินคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ เพื่อทำลายหลักฐานและชำระคราบน้ำเชื้ออสุจิของลูกชายซึ่งเยิ้มเต็มกางเกงใน เมื่อเห็นมันเยิ้มออกมามาลินก็อดภูมิใจและนึกเสียวไม่หายเมื่อนึกถึงตอนนั้น
“อา…เขาช่างวิเศษอะไรเช่นนี้นะ” มาลินพึมพัมกับตัวเอง
“ถ้าได้เขามานอนกอดและเสียบของเราทุกคืนก็คงจะดี เราคงจะมีความสุขมาก”
มาลินเริ่มฝันโดยไม่รู้สึกรังเกียจ ที่ดุ้นเนื้ออันสะอาดสะอ้านถูกใจเธอนั้นจะเสียบเข้าเสียบออกหูของเธอเล่น หลังจากอาบน้ำเสร็จมาลินก็เข้านอน โดยนอนหันหลังให้สามีชราโดยไม่สนใจใยดี ชาตรีขยับตัวเข้ามานอนใกล้แล้วเอามือโอบเมียรัก เมื่อรู้สึกว่าเธอดูเหินห่างและกังวลว่าเธอจะนอกใจ มาลินเอามือปัดแขนของสามีออก
“เอามือออกเถอะค่ะ คุณพี่ไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็ทรุดหนักหรอก”
ชาตรีชะงัก แล้วพูดว่า
“ผมรู้นะ ว่าที่ผ่านมานานหลายปีนี้ ผมให้ความสุขกับคุณไม่ได้ คุณอาจจะไม่รักผมแล้ว แต่ถึงยังไงผมก็ยังรักคุณนะ”
ชาตรีกล่าวทิ้งท้ายแล้วก็นิ่งหลับไป
………………..
ตกรุ่งเช้าศิวะเริ่มฟื้นจากพิษสุรา
“เฮ้ย..เป็นไงบ้างวะเมื่อคืน เมาไม่รู้เรื่องเลยว่ะ” ศิวะถามเพื่อนรัก
แทนคำตอบ โอ้ควักกางเกงในลูกไม้สีชมพูออกมาโชว์
“รู้มั๊ย นี่ของใคร”
“เฮ้ย..นั่นมันของแม่สาวคู่ขาของมึงนี่ กูจำได้” ศิวะตะลึง
โอ้ยกกางเกงในขึ้นสูดดม ดังซู๊ดหนึ่งที ก่อนจะพูดว่า
“อ๊า… หอมชื่นใจจริง ๆ “
“นี่หมายความว่ามึง.. “
“ถูกแล้วเพื่อน” โอ้พูดพร้อมกับยักคิ้ว แถมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“แล้วเป็นไงบ้างวะ” ศิวะถามด้วยความอยากรู้
“ตรงไหนล่ะ”
“ก็ตรงหูน่ะ” ศิวะพูดตรง ๆ
“ก็โคกใหญ่กลีบหูอึ๋มเชียวล่ะ อร่อยชะมัดเลย” โอ้ตอบพร้อมกับสูดน้ำลายดังซู๊ด
“กูกะแล้วว่าต้องเป็นอย่างนั้น แค่เห็นหุ่นภายนอกก็รู้แล้ว” ศิวะเริ่มคลายสงสัย
“กูบอกตามตรงว่าติดใจจริง ๆ ว่ะ แจ๋วยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหน ๆ ที่กูเคยลองมาเลย”
โอ้พูดอวดสรรพคุณของเจ้าหล่อนที่เขาได้เสพสมไปเมื่อคืน โดยหารู้ไม่ว่าเขากำลังพูดถึงแม่ตัวเองอยู่
“ไม่ได้การละ คืนนี้กูต้องเอาบ้างเว้ย” ศิวะทำเสียงมุ่งมั่น
พอค่ำลงสองหนุ่มก็ไปนั่งรอพวกสาว ๆ แต่หัวค่ำ ชนิดที่ว่างานยังไม่เริ่มเลยทีเดียว
“มึงว่าเค้าจะมามั๊ยวะ”
“กูลุ้นอยู่”
สองหนุ่มนั่งกระสับกระส่ายจิบเหล้าไปพลาง ๆ นั่งฟังเพลงและฆ่าเวลาโดยการกวาดสายตามองผู้คนที่มาในงาน คนนั้นที คนโน้นที และแน่นอนที่จะไม่ลืมวิพากษ์วิจารณ์ถึงขนาดและรูปร่างของอวัยวะเพศของสาว ๆ เวลาก็เริ่มดึกลง ๆ แต่ก็ไร้เงาของพวกสามสาว ราตรี อัญญา และมาลิน
“เฮ้ย..โอ้ กูว่าเราไปหาเหยื่อใหม่เถอะว่ะ” ศิวะชวน
“มึงไปเถอะ กูจะนั่งรอที่นี่”
“เอ..กูว่ามึงกำลังตกหลุมรักแม่สาวหูใหญ่นั่นแน่เลย ปกติมึงไม่เป็นอย่างนี้นี่หว่า” ศิวะเริ่มสงสัย
สักพักนึงก็มีสาวฝรั่งสองคนใส่หน้ากากค้างคาวสีดทั้งคู่ คนหนึ่งผมสีทองอีกคนผมสีน้ำตาล เดินเข้ามาทักทายสองหนุ่ม
“ว่าไงจ๊ะ..พ่อหนุ่มทั้งสองเหงาอยู่หรือเปล่า” สองหนุ่มได้ยินคำทักทายจึงนึกแปลกใจว่าพูดไทยได้นี่นา
“ไม่เหงาอ่ะ แต่เงี่ยน” ศิวะตอบกลับไปกวน ๆ
“ว้าว..me too.. ” พูดเสร็จสองสาวก็นั่งประกบหนุ่มทั้งสอง
“ฉันชื่อ แคธี่” สาวผมสีน้ำตาลแนะนำตัวพร้อมกับเอามือกอดเอวของโอ้ไว้แน่น
“เออ..ผมว่า มันไม่ดีนะครับ”
โอ้พยายามแกะมือเธอออก เพราะตอนนี้ในใจ และในหัวของโอ้มีแต่แม่สาวหูใหญ่คนนั้นคนเดียว แคธี่จึงเอามือจับหมับที่ตรงไข่ของโอ้
“โอ๊ย.. ” เขาสะดุ้งเล็กน้อย
“ว๊าว..ว๊าว.. ” เธอพูดพร้อมกับคลำอย่างมันมือ โอ้จึงจับรีบรั้งมือของเธอออก
“อย่าเล่นอย่างนี้สิครับ”
สาวฝรั่งอีกคนเห็นเพื่อนเดินเกมรุกขนาดนั้นจึงทำบ้าง เธอเอามือล้วงเข้าไปในกางเกงของศิวะอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันให้ศิวะตั้งตัว
“อุ๊บ! ” ศิวะตกใจ ไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรต่อ แม่สาวฝรั่งรูดกางเกงของศิวะลง พร้อมกับเอาปากอมหัวนกเขาทันที
“เฮ้ย…เดี๋ยวก่อน”
ศิวะพูดเบรกแบบเกรง ๆ แต่เขาก็ไม่ได้รังเกียจที่เธอจะทำอย่างนั้น เพราะไม่ได้มีพันธะทางใจกับใคร สาวฝรั่งจัดการดูดแล้วรูดขึ้นรูดลงอยู่หลายรอบ พักนึงบ๊วย เขาก็เริ่มแข็งเป็นท่อนได้ที่ ทำให้ง่ายต่อการเอาปากรูดขึ้นรูดลง
“ซี๊ด…โอย สวรรค์แท้ ๆ ” ศิวะคราง
แคธี่มองเพื่อนแล้วหันควับมาทางโอ้
“ขอไอได้อร่อยบ้างนะ” พูดเสร็จเธอก็กระโจนกอดโอ้หมับ ซึ่งเขาก็พยายามดิ้นรนขัดขืน แต่สายตาคนภายนอกที่มองตรงมา จะเข้าใจเหมือนกับว่าเขาทั้งสองกำลังฟัดกันนัวเนีย
“อย่าน่า…ไม่เอานะครับ”
และแน่นอนสายตาของมาลินก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน สามสาว ราตรี อัญญา และมาลิน เดินเข้าไปใกล้ แล้วก็แกล้งไอกระแอมดัง ๆ
“อะ แฮ่ม…”
ศิวะและโอ้พร้อมกับสองสาวฝรั่งหันมามองตามเสียงนั้น โอ้รีบยกสองมือขึ้นพร้อมกับรีบบอกว่า
“ผมเปล่านะ ผมไม่ได้ทำ!!”
“หลักฐานมีอย่างทนโท่” ราตรีกล่าว
“ผมไม่ได้ทำจริง ๆ นะ เธอเป็นคนปล้ำผมเอง” โอ้รีบอธิบายด้วยอาการร้อนรนกลัวมาลินเข้าใจผิด
สองสาวฝรั่งเห็นท่าไม่ดี จึงรีบชิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว แล้วราตรีก็กล่าวกับโอ้ต่อไปว่า
“เพื่อนฉันน่ะ อุตส่าห์อยากจะมาเจอเธออีกและรบเร้าชวนฉันมา แต่ดันมาเห็นภาพบาดตาแบบนี้ ซึ้งจริง ๆ “
“ไม่ใช่นะ ไม่ใช่” โอ้ส่ายหน้าเป็นพัลวัน
“พวกเรากลับกันเถอะ เสียแรงนัก…”
ราตรีพูดพร้อมกับเดินหันหลังกลับ ตามด้วยสาว ๆ เพื่อน ๆ อีกสองคนด้วย โอ้เห็นท่าไม่ดีรีบกระโดดคว้าขาอวบของมาลินเอาไว้ แล้วกอดไว้แน่น
“อย่ากลับนะครับผมขอร้องล่ะ ผมมารอคุณตั้งแต่หนึ่งทุ่มแล้วนะ”
มาลินได้ฟังดังนั้นก็เริ่มชะงัก
“ใช่ ๆ ผมยืนยันได้ ไม่เชื่อถามเด็กเสิร์ฟดูสิครับ”
ศิวะรีบเสริมเพื่อนหลังจากอึ้งไปนาน ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายลงไปกว่านี้
“จริง ๆ นะครับ ผมมารอเจอคุณคนเดียวเท่านั้น” โอ้ออดอ้อนพร้อมกับแขนที่ยังกอดรัดขาเธอไว้แน่น
มาลินเริ่มใจอ่อน เลยหันมาทางราตรี
“ลองเชื่อพวกเขาดูสักครั้งเถอะนะ”
“เฮ้อ…เธอก็ใจอ่อนอย่างนี้ทุกทีแหล่ะ” ราตรีถอนหายใจ
………………..
(ตอนที่ 9)
ในที่สุดหนุ่มโอ้ก็ง้อสำเร็จทำให้สามสาวยอมนั่งโต๊ะเป็นเพื่อน มาลินหันมาบอกทางโอ้ว่า
“วันนี้ฉันคงอยู่ได้ไม่นานนะเพราะสามีเริ่มสงสัยแล้ว”
บรรยากาศการพูดคุยเริ่มเป็นกันเองและสนุกสนานอีกครั้งเช่นเคย วันนี้อัญญาก็เตรียมแผนมาหลอกล่อแกล้งศิวะเล่นอีก โดยร่วมมือกับราตรี ส่วนทางมาลินนั้นจะนั่งคู่กับโอ้สองคน เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ศิวะก็โดนสองสาวกลั่นแกล้งมอมเหล้าจนหลับไปอีกครั้ง ราตรีหันมาทางโอ้และมาลินก็เห็นทั้งสองยังคุยกันสนุกดี จึงเอ่ยปากชวนอัญญาไปเดินเที่ยวรอบ ๆ งาน ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพัง คล้อยหลังสองสาว โอ้ก็เริ่มลูบคลำหน้าขาอันนวลนิ่มของมาลิน
“นี่.. จะทำแบบนั้นอีกแล้วเหรอ ไม่เอาแล้วนะ” มาลินปฏิเสธเพราะเริ่มรู้สึกผิด
โอ้ไม่ยอมหยุด มือของเขาสัมผัสเชยชมโลมเล้าไปทั่วร่างของมาลิน
“นุ่มและเนียนมือ ทุกส่วนสัดดีแท้ ๆ “
เขารำพันข้างหูของมาลินเบา ๆ มาลินจับมือทั้งสองของเขาแล้วกางออก
“พอเถอะค่ะ”
โอ้ไม่ฟังเสียง ถึงแม้มือจะหมดอิสระภาพแต่ก็ยังมีปากอยู่ เขาไม่รอช้าก้มลงจูบบนเนินเนื้อที่มีเพียงกางเกงในสีขาวสะอาดปิดบังอยู่เท่านั้น
“เฮือก…”
มาลินถึงกับสะดุ้งเมื่อเนินเนื้อของเธอถูกริมฝีปากจูบเข้าอย่างจัง กลิ่นหอมของสบู่ที่หว่างขาของมาลินสร้างความรัญจวนใจให้กับหนุ่มโอ้ ทำให้เกิดความติดใจอยากที่จะจูบมันอีกครั้ง
“จุ๊บ!! “
เขาจูบลงบนเนินเต็ม ๆ อีกครั้ง ทำให้มาลินเนื้อตัวอ่อนปวกเปียก เธอได้แต่นอนพิงโซฟาเงยหน้าขึ้นครางอย่างเดียว กางเกงในสีขาวตัวน้อยของเธอก็ถูกดึงลงมาที่หน้าขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัว เธอรู้สึกเพียงแต่ว่ามันเสียวมาก เสียวจนใจแทบจะขาดเมื่อลิ้นของเขาซึ่งสากและแข็งปาดไปมาระหว่างร่องหูของเธอ
“โอ…..ซี๊ด…..”
เธอเงยหน้าหลับตาปี๋ อ้าปากเผยอเล็กน้อยด้วยความสุขจากความเสียวที่มันทวีเพิ่มมากขึ้น โอ้ตวัดลิ้นไปมาที่ร่องกลีบ ปลุกความรู้สึก ทำให้ติ่งแท้ดที่หลบอยู่ในหลืบสองกลีบโผล่ออกมาท้าทายผู้รุกราน เขาเห็นเช่นนั้นจึงบดขยี้ปลายลิ้นตรงไปที่ติ่งเนื้อนั้น ทำให้มาลินรู้สึกเสียวจนหมดสิ้นเรี่ยวแรง บัดนี้เธอเหลือเพียงเรี่ยวแรงหายใจและแรงไหวสะท้านไปตามลิ้นของเขาเท่านั้น มือของเธอก็กดอยู่ที่หัวของลูกชายตัวดีที่กำลังง่วนอยู่กับการเลียหูแม่ของตัวเอง
“โอย..ทนไม่ไหวแล้วค่ะ ทนไม่ไหวแล้ว ได้โปรดเถอะ…ได้โปรด..” มาลินครวญเร่งเร้าด้วยความอยากที่เก็บกดมานานแล้ว โอ้ไม่รอให้เสียจังหวะ โอกาสงามขนาดนี้หากไม่รีบฉวยก็โง่เต็มทนแล้ว เขารีบใส่ถุงยางด้วยความชำนาญภายในเวลาไม่กี่วินาทีแล้วยัดบ๊วย ซึ่งแข็งโด่ หัวบานอย่างเต็มที่เข้าไปในรูหูซึ่งเปียกเยิ้มด้วยน้ำลายปนน้ำเงี่ยน
“โอ…โอ๊ย….”
มาลินสะท้านด้วยความสุขหลังจากดุ้นเอ็นได้เบียดสองกลีบเข้าไปเต็มดุ้น เขากระแทกตามมาอย่างหนักหน่วงพั่บ ๆ มาลินเอามือคว้าต้นคอของเขาไว้กอดไว้แน่น โอ้บีบนมที่เต่งตึงทั้งสองข้างสลับกับดูดหัวนมอย่างเมามัน
“โอ๊ย..ผัวขา …แรงอีกนิดค่ะ” มาลินเผลอเรียกโอ้อย่างไม่รู้ตัวพร้อมกับถ่างเขา แอ่นหูให้กระแทกอย่างเต็มที่พั่บ ๆ
“โอ๊ย….เสียวเหลือเกิน..”
………….
สองสาวราตรีและอัญญาเดินกลับมาแล้ว
“นั่นไง..ดูเพื่อนเราสิ” ราตรีชี้ให้อัญญาดู
“ไหนบอกจะไม่ถอดกางเกงในไงยัยมาลิน ดูซินั่น มันยิ่งกว่าถอดอีกนะ เด้งเอา ๆ ” อัญญาพูด
“เจ้าหนุ่มนั่นก็จับเอวมาลินกระแทกเอากระแทกเอา ” ราตรีเสริม
สองสาวเริ่มรู้สึกเกิดอารมณ์ขึ้นบ้างแล้วหลังจากเห็นลีลาของหนุ่มโอ้ ซึ่งเร้าใจยิ่งนัก ราตรีแอบเลียริมฝีปากหนึ่งทีก่อนจะตัดใจพูดว่า
“ไปเถอะ เราไปทางโน้นกันก่อน อย่าขัดขวางความสุขของพวกเขาเลย”
“อื้อ.. “
อัญญารับคำ แล้วหันหลังเดินตามราตรีไป แต่ตาก็ยังคงหันเหลียวมามองมาลินและโอ้ เหมือนจะไม่อยากละสายตาไป
………………..
(ตอนที่ 10)
รุ่งเช้าหลังจากงานเลี้ยง ราตรีและอัญญามาหามาลินที่บ้านแต่เช้า สามสาวนั่งปอกผลไม้กันอยู่ที่ม้าหินอ่อนในสวนข้างบ้าน
“นี่เธอ ฉันเห็นนะเมื่อคืนน่ะ” ราตรีเริ่ม อัญญาหันมามองหน้ามาลินทีหนึ่ง ก่อนจะพูดเสริมว่า
“ฉันก็เห็น”
มาลินถึงกับอึ้งตกใจหน้าซีด
“แล้วไอ้ตรงนั้นของเขาเป็นไงบ้างล่ะ”
ราตรีกระแซะเข้าไปถามมาลินใกล้ ๆ ทำให้มาลินรู้สึกผ่อนคลายความวิตกลง
“ก็วิเศษมากน่ะสิ” มาลินพูดพร้อมกับเอามือประสานกันไว้ที่หน้าอก
“ขนาดนั้นเลยเหรอ” อัญญาทึ่งตามเพื่อน
“จะแค่ไหนกันเชียว” ราตรีพูดขัด เหมือนปลอบใจตัวเอง
“เธอไม่รู้อะไร เขาทำให้ฉันมีความสุขมากเลย ฉันไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มานานแล้ว”
มาลินพูดช้า ๆ พร้อมกับเอามีดปอกผลสาลี่
“ฮึ่ม..งั้นแสดงว่างานคืนสุดท้ายคืนนี้ เธอคงอยากจะไปอีกใช่ไหมเนี่ย” ราตรีถาม
“หรือว่าเธอไม่อยากไป” แทนคำตอบ มาลินย้อนถามราตรีบ้าง ราตรีถึงกับอึ้งพูดไม่ออก
“ฉัน..อยากทำอย่างนั้นบ้างจัง” อัญญาพูดเสียงเบาอ่อย ๆ ในลำคอ
“อะไรนะ ได้ยินไม่ถนัด” ราตรีถามพร้อมกับเงี่ยหูข้างซ้ายไปใกล้ ๆ
“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” อัญญาจอมขี้อายรีบปฏิเสธ
ในบรรดาสามสาวนั้น มาลินจัดว่าเป็นลูกผู้ดีและขี้อาย แต่อัญญานั้นขี้อายยิ่งกว่ามาลินเสียอีก ส่วนราตรีจะเป็นคนออกห้าว ๆ โผงผางหน่อย ชอบพูดตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม แต่ทั้งสามคนอาภัพเหมือน ๆ กัน คือ ราตรีมีสามีแต่อยู่เมืองนอก ไม่ค่อยกลับมาบ้านส่งแต่เงินมา ส่วนอัญญาสามีตายไปนานแล้ว และมาลินก็มีสามีชรา แถมกำลังป่วยเรื้อรังเกินกว่าจะใช้งานได้
อัญญาแอบมากระซิบข้างหูมาลิน
“แล้วคืนนี้ถ้าเธอไปอีก สามีเธอไม่ว่าเอาเหรอ”
“ฉันก็เสียว ๆ เหมือนกัน แต่พวกเธอต้องช่วยฉันโกหกนะ ว่าไปเป็นเพื่อนราตรีส่งสามีขึ้นเครื่องบิน”
มาลินเข้าไปกระซิบใกล้ ๆ เพื่อน เพื่อน ๆ ก็พยักหน้ารับมุข
………………..
“ทำไงดีวะศิวะ” โอ้กระวนกระวาย
“วันนี้จะโกหกแม่กูว่ายังไงดี เมื่อคืนโน้นก็บอกดูฟุตบอล เมื่อคืนก็บอกทำ present แล้วคืนนี้ล่ะ” ศิวะก็กลุ้มแทนเพื่อน
“เอาอย่างงี้สิวะ มึงบอกว่ากูจะตามพ่อไปต่างประเทศ มึงเลยไปส่งกูขึ้นเครื่องรอบห้าทุ่มครึ่งดีไหมวะ”
“อ้าว..แล้วก็ต้องกลับถึงบ้านประมาณเที่ยงคืนน่ะสิ” โอ้แย้ง
“เฮ้ย..มึงลืมไปแล้วเหรอ มุขเก่าน่ะ มุขเก่า” ศิวะหยุดพูดแล้วมองหน้าโอ้
“ก็เครื่องบินออก Late ไง”
“เออ..มึงนี่ความคิดดี” โอ้เริ่มเห็นประกายสดใส พร้อมกับกระโดดเข้ากอดเพื่อนแล้วกระโดดหยอง ๆ
“แต่คืนนี้กูสัญญาว่า กูจะไม่เมาหลับแล้วโว๊ย คืนนี้กูต้องได้เป็ดบ้าง มึงได้มาสองตัวแล้วนี่กางเกงในน่ะ” ศิวะบ่น
………………..

(ตอนที่ 11)
เสียงเพลงจังหวะแด๊นซ์เร้าใจดังกระหึ่ม งานคืนสุดท้ายทำท่าจะคึกคักกว่าทุก ๆ วันที่ผ่านมา โอ้และศิวะมาจองโต๊ะเดิมกันแต่หัวค่ำเช่นเคย
“โต๊ะเดิม โต๊ะที่ ๆ มีความหลังอันแสนหวานกับสาวน้อยหูใหญ่ ฮ่า ๆ ๆ ” ศิวะแกล้งหยอกโอ้
“เฮ้ย..มึง พูดให้เกียรติเขาหน่อย อิจฉากูล่ะซี้…ได้ชิมหอยอร่อยขนาดนั้น”
ศิวะหยุดหัวเราะ
“เออ จริงว่ะ กูก็ว่าท่าทางน่าอร่อยจริง ๆ แต่กูชอบหอยเล็ก ๆ ว่ะ น่ารักดี”
“อย่างแม่สาวเอวบางผมประบ่านั่นใช่ม๊า (อัญญา)” โอ้แซว
“แม่นแล้ว มึงรู้ใจกูจริง ๆ โอ้ เอ๊า..มาดื่มฉลองกันหน่อย”
“ได้..เอ๊า เย๊”
กริ๊ก!! สิ้นเสียงชนแก้ว สองหนุ่มก็ดวดสุราย้อมใจกันอย่างสนุกสนาน
“อย่าเมาหลับอีกนะมึง”
“ไม่เมา ไม่เมา ไม่หลับ ไม่หลับ”
สักพักมีเสียงชายหนุ่มเดินมาทักพวกเขาทั้งสอง
“สนุกกันใหญ่เลยนะ” หนุ่มหน้ากากเสือดาวคนเดิมนั่นเอง
“อ้าว ยังอยู่เหรอพี่” ศิวะทัก
“ชะ! ไอ้น้อง ไม่รู้อะไรซะแล้วเมื่อคืนพี่ฟาดไปหลายคน” หนุ่มเสือดาวพูดพลางนั่งล้อมวงด้วยตรงโซฟาข้าง ๆ
ศิวะกับโอ้มองหน้ากันเหมือนไม่อยากจะเชื่อ
“ขี้โม้ เบ่เบ๊” ศิวะกระซิบข้างหูเพื่อน
หน้ากากเสือดาวเหมือนจะรู้ว่าไม่มีใครเชื่อ จึงเริ่มเล่าต่อ
“เมื่อคืนน่ะ พี่ไปล่อสาวฝรั่งสองคน คนหนึ่งผมทองคนหนึ่งผมสีน้ำตาล ชื่อ แคธี่กับนีน่าอะไรเนี่ยแหล่ะ”
โอ้กับศิวะได้ฟังดังนั้นก็มองหน้ากันแล้วหัวเราะคิก ๆ
“แต่พี่ว่าเอาไม่ค่อยมันว่ะ มันคับสู้คนไทยไม่ได้” หน้ากากเสือดาวเล่าต่อ สองหนุ่มทำท่าสนใจ เขาจึงได้ทีเล่าต่อว่า
“พี่ว่า อย่างสเป็คพี่เนี่ยต้องผู้หญิงผิวออกคล้ำ ๆ หน่อยถึงจะดี อย่างแม่สาวหน้ากากหนังผมหยิกดัด (ราตรี) นั่นแหล่ะ ของชอบเลยล่ะ แม่งก้นก็งอน หัวนมก็ชี้น่าดูด หูอีก.. พี่ว่าถ้าได้ล่อล่ะก็ คงมันน่าดู หึย..พูดแล้วเสียว.. ขนลุก”
เขาพูดพลางก็ยกเหล้าขึ้นดื่ม
“พี่ล่อมาเยอะแล้ว ทั้งไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น ฮ่องกง นิโกร โอ๊ย..หูแม่งไม่ได้เรื่อง ทั้งบานทั้งปลิ้น สุดท้ายก็คนไทยเนี่ยแหล่ะดีที่สุด เนื้อก็นิ่ม หูก็สวย คับก็คับ” หน้ากากเสือดาวบรรยายต่อ
โอ้และศิวะมองหน้ากันเหมือนคิดตรงกันว่า ไอ้หมอนี่ช่างหื่นกามซะจริง ๆ เขาช่างไม่เห็นคุณค่าของผู้หญิงเลย ต่อหน้าผู้หญิงทำเป็นสุภาพอ่อนน้อม ลับหลังก็นินทาผู้หญิงซะเสีย ๆ หาย ๆ กินที่ลับไขในที่แจ้ง โอ้ได้แต่ภาวนาในใจว่า
“เจ้าประคู๊ณ..ขออย่าให้ได้ล่อใครในสามสาวนี้เลย เป็นเสนียดต่อพวกเธอเปล่า ๆ “
“พูดแล้วจะหาว่าคุย ลองพี่เอาจริงล่ะก็ไม่มีคนไหนรอดเงื้อมมือพี่สักราย คืนนี้พี่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเป็ดแม่สาวผมหยิกนั่นให้ได้ ส่วนน้อง (ชี้ไปทางศิวะ) ก็ชอบแม่สาวเอวบางผมประบ่า(อัญญา)นั่น ส่วนน้อง (ชี้มาทางโอ้) ก็แม่สาวหุ่นอวบเซ็กซี่ (มาลิน) นั่นใช่ม๊า พี่รู้ พี่ดูออกนะ หกคนสามคู่ ลงตัวพอดี Happy!!!”
โอ้และศิวะนั่งจิบเหล้าฟังอย่างเดียวไม่พูดอะไร
“แต่จริง ๆ แล้วน่ะ พี่ชอบแม่สาวหุ่นอวบเซ็กซี่ของน้องนะ”
หน้ากากเสือดาวพูดหันไปทางโอ้เหมือนอยากจะแย่งเธอมา โอ้ก็หันมามองสบตาตอบ สถานการณ์นิ่งไปพักหนึ่ง
“เอ่อ ๆ พี่มีเทคนิคอะไร สอนผมมั่งดิ” ศิวะรีบพูดแทรกก่อนจะบานปลาย
“อ๊ะ ได้สิไอ้น้อง” หน้ากากเสือดาวพูดพร้อมกับวางท่าคุยโต เล่าต่อตามประสาคนขี้โม้โอ้อวด
สามหนุ่มนั่งเสวนากัน พร้อม ๆ กับดูสาว ๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมา แต่ไม่ได้ดูเฉพาะสาว ๆ เท่านั้น ยังดูหนุ่ม ๆ ด้วย และแน่นอนคงหนีไม่พ้นการวิจารณ์เรื่องขนาดของอวัยวะเพศ
………………..
“แหม..เพลินกันอยู่เชียว” มาลินเดินเข้ามาทักพร้อมกับเพื่อน ๆ
สามหนุ่มตาเป็นประกายเมื่อเห็นสามสาวมากันแล้ว
“หัวใจผมแทบจะขาด..รอคุณแทบไม่ไหว” โอ้หยอดคำหวานใส่มาลินทันที
“อะ แฮ่ม..แค่ก ๆ ” เพื่อน ๆ พากันไอแซว
หนุ่มเสือดาวกลัวน้อยหน้าเลยพูดดักคอโอ้ว่า
“ไม่เสียแรงที่พี่สอนไปเมื่อตะกี้” ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้สอนพูดแบบนี้เลย
“หือ..สอนอะไรกันอยู่เหรอคะ” มาลินหันมาถามโอ้
“อ๋อ..อย่าใส่ใจเลยครับ หาอะไรดื่มกันดีกว่า” โอ้รีบตัดบท พลางกวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟ
“น้อง ๆ ขอสั่งเครื่องดื่มหน่อย”
“เธอจะดื่มอะไรนีนี่ (ชื่อปลอมของอัญญา)” มาลินหันไปถามเพื่อน
“เหม่ออะไรอยู่น่ะ”
“เปล่า ๆ ไม่มีอะไร ของฉันเอาเหมือนเดิม” อัญญาพูดตะกุกตะกักเหมือนกับกำลังคิดอะไรอยู่
ความจริงแล้วที่อัญญากำลังเหม่อ เพราะกำลังจ้องมองตรงเป้ากางเกงของหนุ่มโอ้ ว่ามีดีหรือวิเศษตามที่มาลินโฆษณาไว้หรือเปล่าอย่างไร เธอกำลังนึกถึงภาพของหนุ่มโอ้ซึ่งชักบ๊วย เข้าออกหูของมาลินเมื่อคืน ซึ่งในใจลึก ๆ แล้ว อัญญาอยากจะเป็นคนที่นอนรองรับการกระแทกของหนุ่มโอ้แทน เพราะเธอก็ชอบในท่าทีและบุคลิกของเขาเช่นกัน ถ้างานนี้เธอจะมี sex เธอก็จะเลือกผู้ชายที่ดูสะอาดสะอ้านอย่างเขา แต่เธอก็ไม่คิดจะทำเช่นนั้นกับโอ้แน่ เพราะเธอรักเพื่อนและชอบเสียสละให้เพื่อนเสมอ อีกอย่างหนึ่ง หนุ่มโอ้ก็ไม่สนใจในตัวเธอเลยแม้แต่นิด
เวลาผ่านไปได้สักพัก ก็มีเสียงพิธีกรประกาศผลรางวัลของผู้เข้าประกวดมิสแอนด์มิสเตอร์มาส์คแฟนซี (Miss and Mister Mask Fancy) ราตรีมีท่าทางสนใจอยากชม จึงชวนหนุ่มหน้ากากเสือดาวไปดูด้วยกัน ส่วนคนอื่นๆ สมัครใจที่จะนั่งดื่มกันต่อดีกว่า มาลินและอัญญาเริ่มมึนเมาได้ที่เพราะดื่มหนัก โอ้และศิวะเองก็เช่นกัน
“คืนสุดท้าย ดื่มให้เต็มที่เลย” ศิวะยกแก้วขึ้นชนกับอัญญาอีก
ทำให้โอ้ยังอดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้ว่า คืนนี้อาจจะเมาพับหลับไปอดอีก บรรยากาศเริ่มกรึ่ม ๆ ได้ที่ โอ้เริ่มเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมา จึงอาศัยความสลัวของแสงไฟและความมึนเมา ปลุกเร้าอารมณ์โดยลูบไล้และซุกไซ้ไปทั่วตัวของมาลิน จากนั้นเขาก็ดูดนมทั้งสองเต้าเพื่อปลุกอารมณ์กรุยทาง ส่วนมาลินเองนั้นก็มิได้รังเกียจเพราะได้กันมาแล้วสองวัน แต่ก็ยังคงไว้ท่าโดยทำเป็นขัดขืนเล็กน้อยเช่นเดิม
“อย่าค่ะ.. อายคนอื่นเค้า”
ศิวะเองก็เริ่มลงมือบ้าง ส่วนอัญญาก็เกิดอารมณ์ไม่น้อยเมื่อเห็นอีกคู่หนึ่งเริ่มฟัดกัน ศิวะจับขอบกางเกงในสีขาวตัวน้อยของอัญญา แล้วค่อย ๆ รูดลงมาถึงเข่า แล้วเขาก็ค่อย ๆ มองขึ้นไปตามขาจนถึงเนินสามเหลี่ยม ซึ่งมีขนปกคลุมอยู่เล็กน้อย กลีบทั้งสองปิดสนิทเหมือนหลับไหล จากการห่างเหินการมีเพศสัมพันธ์ สองกลีบขาวมีผิวเนียนละเอียดและมีขนาดเล็กน่ารัก แต่ก็เหมาะกับตัวของเธอดีเพราะเธอเป็นคนเอวบางร่างน้อย เขาเอาศีรษะมุดลงไปจูบเนินสามเหลี่ยมกลางหว่างขานั้น จากนั้นก็แยกขาของเธอออกเพื่อจะได้รุกรานร่องหลืบได้ง่าย อัญญาเองนั้นก็ไม่ขัดขืนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี พอศิวะแยกขาเธอออก เขาก็พบว่ารูหูของอัญญานั้นแฉะเยิ้มไปหมดแล้ว เธอคงเกิดอาการเงี่ยนอย่างเต็มที่ เป็นเงี่ยนที่สะสมมาหลายวัน และวันนี้แหล่ะเธอคงได้ระบายมันออกเสียบ้าง ศิวะไม่รอช้าเขาลงลิ้นลงบนติ่งเนื้อที่ยื่นออกมาอย่างท้าทายทันที อัญญาเจ้าของแท้ดน้อย ๆ นั้นถึงกับสะท้าน ฝ่ายทางโอ้ก็กำลังโงหัวไม่ขึ้นกับหว่างขาของมาลินเช่นกัน เขาทั้งจูบทั้งดูดหูของมาลินดังจ๊วบ ๆ
“โอย..ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ เอาใส่เถอะ” มาลินขอร้อง
สิ้นคำออดอ้อน โอ้ใส่ถุงยางอย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญ แล้วจัดการกดหัวบ๊วย ปลายแข็งโด่จ่อปากรูหูที่มีสองกลีบใหญ่และอวบอูม แล้วจัดการดันพรวดเข้าไปอย่างใจร้อน
“โอ๊ย…” มาลินครางด้วยความเจ็บปวด
“เบา ๆ ก่อนสิ ฉันยังไม่ทันตั้งตัว”
โอ้ ไม่ฟังเสียงเขาสาวเอา ๆ อย่างมันบ๊วย
“โอ๊ว…ซี๊ด…” โอ้ครางอย่างมีความสุขและภาคภูมิใจ
“ซาดิสม์จริง ๆ เธอนี่” มาลินครางเสียงกระเส่า
“ขอผมได้สะใจสักทีเถอะ ไหน ๆ คืนนี้ก็คืนสุดท้ายแล้ว ของคุณใหญ่อวบนุ่มอย่างนี้ ผมอยากจะหม่ำมันซะจริง ๆ “
พูดพลางโอ้ก็ซอยอย่างหนักหน่วงดังลั่น พั่บ ๆ ๆ ๆ
ศิวะหันกลับมามองโอ้ เมื่อได้ยินเสียงซอยที่ฟังดูหนักแน่นสะใจดีเหลือเกิน เมื่อเห็นภาพดังนั้นศิวะจึงเอาขาของอัญญากางพาดแขนตัวเองเตรียมทำท่าจะเป็ดบ้าง ท่านี้บ๊วย จะเข้าลึกกว่าท่าอื่น ๆ แล้วศิวะก็กระทุ้งเข้าไปหนัก ๆ บ้าง
“ขอเป็ดบ้างเถอะคืนนี้ อดอยากมาหลายคืนแล้ว” ศิวะพูดพลางกระทุ้งเข้าไปดังซ่วบ
“โอ๊ย…” อัญญาทำหน้าเหยเกหลังจากโดนกระเด้า
แล้วศิวะก็โยกต่ออย่างไม่รอช้าสัก 3-4 ทีหนัก ๆ หน้าอัญญาบิดเบี้ยวด้วยความรุนแรงที่เกิดจากการกระแทก เธอจึงพยายามเอามือดันตะโพกของศิวะไว้เผื่อจะช่วยผ่อนแรงได้บ้าง บ๊วย ของศิวะดุ้นใหญ่และผิวเข้มเบียดกระแทกลงไปไม่ยั้งลงไปยังหูน้อย ๆ ของเธอ ทำให้สองกลีบหูถึงกับบานปริตุ่ยเนื่องจากขนาดของบ๊วย
“อา.. คับดีจริง ๆ หูเล็ก ๆ แบบนี้ ของโปรด..” ศิวะคิดในใจพลางกับซอยเป็นจังหวะไม่ขาดระยะ
สักพักหนึ่งราตรีก็เดินกลับมาคนเดียว ครั้นมาถึงโต๊ะเธอก็ถึงกับตะลึง เมื่อเห็นเพื่อนหญิงทั้งสองกำลังแบหูให้สองหนุ่มเป็ดอย่างเมามัน
“โอ๊ย!! อะไรกันเนี่ย” เธอพูดพร้อมกับเดินไปดูใกล้ ๆ
“แหมมีความสุขกันจริงนะ” ราตรีพูดพลางยกเหล้าขึ้นมานั่งจิบตรงโซฟาใกล้ ๆ
อัญญาและมาลินหันมามองหน้าราตรี เธอทั้งสองรู้สึกอายเพื่อนเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ตอบปากตอบคำอะไรออกไป ทั้งคู่ยังคงครางและสะท้านไปตามแรงกระเด้าของชายหนุ่ม และครางออกมาเป็นเสียงแห่งความเสียว แทนคำทักทายของราตรี
“อ๊าา…..”
“อ๊าา ….”
อัญญาและมาลินสลับกันครางอย่างต่อเนื่อง ราตรีได้แต่นั่งฟังเพื่อน ๆ คราง เหมือนไม่มีใครสนใจเธอ ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด สักพักหนึ่งราตรีก็ทนไม่ไหวเดินตรงเข้าไปหาคู่มาลินและโอ้ซึ่งกำลังซอยตะโพกกันยิก โอ้หันมามองราตรีที่เดินมายืนอยู่ตรง ๆ ข้าง ๆ เขาตกใจเล็กน้อย
“อ้าว”
เพราะภาพที่เห็นราตรีนั้นได้ถอดกางเกงในหนังสีดำออกเรียบร้อยแล้ว เผยให้เห็นหูที่ดูสวยได้รูป เส้นฮามอยที่ดำหยิกบนเนินสามเหลี่ยมที่สวยขนาดเหมาะพอตัว โอ้ยิ่งเห็นหูของราตรีก็ทั้งแปลกใจและยิ่งทั้งมีอารมณ์มากขึ้น
“อยู่ดี ๆ ถอดกางเกงในออกทำไมครับ” โอ้ถามทั้ง ๆ ที่ยังสาวบ๊วย เข้าออกไม่หยุด
“ขอฉันเสียวบ้างสิ” ราตรีเอ่ยปากตรง ๆ
โอ้ถึงกับชะงักหยุดซอยไปชั่วขณะ แล้วราตรีก็เอามือผลักอกของโอ้นอนลงบนโซฟา
“เอ่อ..นี่คุณจะทำอะไรน่ะ” โอ้ถาม
แทนคำตอบราตรีนั่งคร่อมบนตัวของโอ้ พร้อมกับจับบ๊วย แข็งโด่และหัวบานเต็มที่ของเขา จัดการเอาถุงยางออก
“ฉันไม่ชอบใส่ถุงยาง มันไม่ได้รสชาติท่อนเนื้อจริง”
เธอรูดถอกหนังบ๊วย ขึ้นลง 2-3 ที แล้วก็จับหัวมันยัดลงไปในรูหูของเธอ ท่ามกลางสายตาของโอ้ที่จ้องมองอย่างตื่นเต้น หลังจากหัวมันเข้าไปในรูของเธอได้แล้ว เธอก็ค่อย ๆ นั่งดันตะโพกลงเพื่อให้หูได้ค่อย ๆ ฮุบอมบ๊วย ของเขา จนที่สุดมันก็สุดดุ้น
“เอาละนะ ซี๊ด…” ราตรีเอ่ย แล้วเธอก็ลงมือขย่มตอด้วยความมัน
“อา…สุดยอด เสียวดีจริง ๆ ด้วย” ราตรีครวญออกมา
อัญญาเหลือบตามองราตรีด้วยความอิจฉา
“ทำไมฉันไม่กล้าทำตามใจตัวเองอย่างราตรีบ้างนะ” เธอคิดในใจ
มาลินเองก็ไม่ว่าอะไรเพราะเธอถูกกระเด้ามานานระยะหนึ่งแล้ว ได้พักเหนื่อยพักเครื่องบ้างก็ดี อีกอย่างหนึ่งจะได้แบ่งเพื่อนมีความสุขบ้าง รูหูของราตรีนั้นทั้งสากทั้งบีบทั้งตอดรัดแท่งบ๊วย ของโอ้ สร้างความกระสันให้เขาเป็นอย่างมาก ประกอบกับเมื่อสักครู่เขาได้โยกมาลินมาแล้ว ทำให้เขาใกล้จะถึงจุดสุดยอด แต่เขาก็พยายามกลั้นเอาไว้
“โอ๊ย!! จะถึงแล้ว โอ๊ย!! อึ๊บ!!”
ราตรีได้ยินเช่นนั้นเธอจึงค่อย ๆ ผ่อนลง แล้วหยุดพักสักครู่เพราะเกรงว่าหนุ่มโอ้จะแอบถึงฝั่งซะก่อน ซึ่งอาจทำให้เธออารมณ์ค้างโดยระหว่างนี้ก็ลูบคลำกันไป โอ้เอื้อมมือออกมาคลำนวดเต้านมที่เต่งตึง หัวนมชี้อย่างสำราญมือ หลังจากพักเครื่องได้จังหวะแล้ว เธอก็จัดการควบม้าต่ออย่างถึงใจ พั่บ ๆ
“ฉันชอบอยู่ข้างบน…ฮึ่ม…อืม….อืม….”
ราตรีพูดแล้วครางในลำคอด้วยความสะใจ เพราะไม่ได้ขย่มใครอย่างนี้มานานแล้วตั้งแต่ผัวไปเมืองนอก โอ้ผงกหัวขึ้นมามองแคมหูของราตรีซึ่งอมบ๊วย ของเขาอยู่ ติ่งแท้ดแหลม ๆ โผล่ออกด้วยความกระสัน มองแล้วน่ารักได้อารมณ์ยิ่งนัก ส่วนราตรีก็เงยหน้าโขยกด้วยความเสียวสบายอย่างที่เธอใฝ่ฝัน โดยหารู้ไม่ว่าดุ้นบ๊วย ที่เธอขย่มอย่างสำราญอยู่นี้เป็นหลานของเธอเอง
“อ๊าา …โอ๊…….”
น้าราตรีผู้มีนิสัยห้าวเหมือนผู้ชายใจนักเลงไม่กลัวใคร เธอชอบกลั่นแกล้งโอ้หลานชายบ่อย ๆ เพราะโอ้นั้นดูซื่อ ๆ จึงมักถูกราตรีแกล้งอำเป็นที่ขบขันอยู่ประจำ บัดนี้เธอนั่งขย่มตอของโอ้หลานชายอย่างเมามัน โหนกหูกระทบกับโหนกบ๊วย ดังพั่บ ๆ ส่วนนมก็ถูกบีบบี้เสียจนปลิ้น นี่ถ้าเธอรู้ว่าเป็นโอ้หลานของเธอเองเธอจะไม่มีทางเสียหูให้แบบนี้แน่นอน ไม่มีวันที่บ๊วย ของโอ้จะได้เสียบหูของเธอเล่นแบบนี้ แล้วโอ้ก็คงไม่มีโอกาสได้รู้ว่าในรูหูของน้าราตรีเวลาเอาบ๊วย เสียบเข้าไปแล้ว ช่างสากและเสียวละมุนละไมอะไรเช่นนี้ ราตรีโยกเร็วขึ้น ๆ แสดงถึงอาการว่ากำลังจะถึงจุดสุดยอด
“อ๊าา….” ราตรีครางขึ้นพร้อมกับเงยหน้า
“โอ๊ว…”
ฝ่ายโอ้โดนซอยยิกขนาดนั้น แถมยังใกล้จะเสร็จตั้งแต่เมื่อกี้ใครเล่าจะทนไหว เขาจึงพร่างพรูฉีดพ่นน้ำเชื้อกระฉูดออกมาเข้ารูหูน้าราตรีอย่างสุดกลั้น
“อ๊าา..” ฝ่ายราตรีก็ร้องลั่นเพราะถึงจุดสุดยอดเหมือนกัน พร้อม ๆ กับเกร็งหูขมิบรัดบ๊วย ของหลานชายไว้เป็นจังหวะ 4-5 ที
ทั้งคู่หายใจหอบแฮ่กและเสียบค้างกันไว้อย่างนั้น
………………..
ฝ่ายศิวะเห็นมาลินอยู่ว่าง ๆ เขาจึงผละจากอัญญาแล้วโผเข้ากอดมาลิน เธอมีท่าทีขัดขืนเพราะเธอไม่อยากจะมีสัมพันธ์สวาทกับใครอีกนอกจากโอ้ เพราะมันดูเหมือนมั่วเซ็ก และดูเหมือนเป็นผู้หญิงไม่ดี เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอนอกจากผัวเธอแล้วก็มีโอ้ผู้เป็นลูกชายเท่านั้นที่ได้เป็ดเธอ แต่ด้วยความกระสันที่ถูกสะสมคั่งค้างไว้บวกกับเรี่ยวแรงมหาศาลของชายหนุ่ม จึงทำให้เธอไม่มีแรงพอที่จะขัดขืนและผลักอกของศิวะให้ออกห่างไปได้ เธอจึงพยายามจะหันไปบอกกับโอ้ ให้บอกเพื่อนของเขาหยุดเพราะเธอไม่ต้องการเช่นนี้ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว ด้วยความชำนาญศิวะแหวกขามาลินออกพร้อมกับเสียบบ๊วย เข้าหูของเธออย่างง่ายดาย ภายในเวลาเสี้ยววินาที ส๊วบ!!!
“อ๊ะ!!!”
มาลินร้องทันทีที่ถูกบ๊วย แปลกปลอมเสียบเข้าให้อย่างจังสุดดุ้น โอ้เองก็กำลังเหนื่อยจากการเสียน้ำกามจึงไม่มีกระจิตกระใจจะสนใจอะไรในช่วงนี้ ศิวะได้ทีสาวออกยาว ๆ แล้วดันพรวดเสียบเข้าไปใหม่อย่างรื่นรมย์
“อูว…หูโคกใหญ่ เป็ดมันบ๊วย อะไรอย่างนี้..อูว….รู้งี้เป็ดมานานแล้ว” ศิวะพูดพร้อมกับเป่าปาก
มาลินทำอะไรไม่ถูกได้แต่ตั้งรับความเสียวจากดุ้นบ๊วย ผิวคล้ำของศิวะเพื่อนของลูกชาย
“หูอะไรวะเนี่ย เป็ดมันชิบ อู๊ยย…” ศิวะพูดกับตัวเองเบา ๆ
“ไม่ผิดหวังเลยที่ได้เป็ด เหมือนกับที่เจ้าโอ้มันอวดสรรพคุณไว้จริง ๆ ฮึ่ม…..มัน…สะใจ!!!!”
โคกหูที่โหนกนูนของมาลินอุตส่าห์เก็บบ่มมานาน ถ้าเวลาปกติแล้วมาลินชอบใส่กระโปรงยาวพร้อมกางเกงในอีกชั้นหนึ่ง ปกปิดหูขาว ๆ ไว้ข้างในอย่างมิดชิด ไม่มีทางเลยที่ศิวะเพื่อนของลูกชายจะได้มีโอกาสแม้แต่จะเห็นหู แต่นี่บ๊วย ทั้งดุ้นของศิวะกำลังบดบี้เข้าไปในรูหูอย่างเสรี พร้อมกับ ๆ กับบดโหนกเข้าเข้ากับโหนกหูที่นุ่มนวลเป็นจังหวะ ศิวะเองก็หารู้ไม่ว่าเธอกำลังเป็ดมาลินแม่ของเพื่อนอยู่ น้ามาลินซึ่งสง่างามเป็นผู้ดีรักนวลสงวนตัว บัดนี้ถูกศิวะเพื่อนลูกชายถ่างขากว้าง และกระแทกเข้าหว่างหูเล่นอย่างเต็มรักเต็ม ๆ จั๋งหนับอย่างไม่เกรงอกเกรงใจน้ามาลิน เสียงโหนกกระทบกันดังสนั่นไปทั่วบริเวณพั่บ ๆ
มาลินชะโงกหน้ามาดูหูของตัวเอง สองกลีบขาวอวบกำลังถูกบ๊วย ผิวคล้ำเปี่ยมไปด้วยเส้นเอ็น ชักเข้าชักออกอย่างไม่เกรงใจเจ้าของหู
“โอ๊ย..หูฉัน.. หูฉัน…ไม่น่าเลย ฮือ….ซี๊ด…..” มาลินมองหูของตัวเองด้วยตาละห้อย แต่ก็รู้สึกเสียวหน้าท้องหวิวทุกครั้งที่โดนกระเด้าเข้ามา ทางฝ่ายราตรีถอดบ๊วย ของโอ้ออกจากรูหูของตัวเอง พร้อมกับล้มลงนอนพับหมดแรง เหงื่อเธอโทรมและหายใจโรยริน
“โอย..เหนื่อย.. ขอนอนพักก่อนนะ”
ด้วยวัยหนุ่ม สักพักเดียวเท่านั้นโอ้ก็กลับมาแข็งแรงและบ๊วย แข็งได้อีกครั้ง เขาหันไปทางมาลินซึ่งโดนโยกอยู่ จึงหันกลับมาทางอัญญาที่กำลังว่าง เขาจึงผวาเข้ากอดเธอ อัญญารู้สึกหวิวดีใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะได้ลองบ๊วย ที่ตัวเองเล็งมานานแล้ว ตัวเธออ่อนปวกเปียกยอมจำนนอย่างง่ายดาย โอ้เอาหัวบ๊วย ปาดขึ้นปาดลงระหว่างร่องหูของอัญญาที่มีน้ำหูไหลเยิ้ม เพื่อสร้างความคุ้นเองและให้เนื้อหูได้ตั้งตัว แล้วเขาก็ค่อย ๆ ดันมันเข้าไป ท่ามกลางสายตาที่ลุ้นระทึกและชื่นชมของอัญญา
“อา..ฝันฉันจะเป็นจริงแล้ว” อัญญาคิดในใจโดยหารู้ไม่ว่า บ๊วย ที่เธอใฝ่ฝันเป็นบ๊วย ของหลานเธอเอง
โอ้เสียบผลุบเข้าไปหนึ่งทีแล้วขยับที่ขยับทางให้ถนัดถะหนี่ แล้วเสียบเข้าออกอีก 2-3 ทีช้า ๆ พอมันลื่นได้ที่แล้ว เขาก็จัดการซอยยิบเลยทีนี้ อัญญากอดคอโอ้ไว้แน่น เสียงก็ร้องครางกระเส่าด้วยความสุข
“อาา ….” เสียงอัญญาร้องขาด ๆ หาย ๆ กระเส่า ๆ เป็นจังหวะตามแรงกระแทกของโอ้ซึ่งถี่ยิบ
“อืม..หูคับดีจริง ๆ “
โอ้ก้มมองดูหูเล็ก ๆ ของอัญญาซึ่งแคมหูปริตุ่ยหลังจากโดนบ๊วย ของเขาเสียบเข้าไป โดยหารู้ไม่ว่าหูที่เขาเสียบเล่นอยู่นี้เป็นเพื่อนของแม่ของเขาเอง น้าอัญญาคนขี้ใจอ่อน เธอเป็นคนขี้อายและขี้สงสารคน ทุกครั้งที่โอ้ถูกน้าราตรีแกล้งอำ หรือโอ้ถูกมาลินแม่ของเขาตี เธอมักจะคอยปลอบใจโอ้อยู่เสมอ คอยซื้อขนมมาให้และเอ็นดูโอ้เหมือนลูกแท้ๆ มาบัดนี้ เธอเต็มใจอ้าหูปล่อยให้โอ้หลานชายเอาบ๊วย เสียบเล่น ชักเข้าชักออกอย่างเมามัน แถมยังรู้สึกภูมิใจอีกต่างหาก
“อา..บ๊วย ของเขาวิเศษตามที่มาลินบอกไว้จริง ๆ อา…สุดยอด…ยอดบ๊วย “
นี่ถ้าเธอรู้ว่าเขาคือโอ้หลานชายเธอ เธอคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ส่วนโอ้เองก็หารู้ไม่ว่ากำลังเนรคุณ ผู้หญิงที่เขากำลังสาวบ๊วย เข้าหูดังพั่บ ๆ ตามอำเภอใจอยู่นี้ แท้จริงแล้วเป็นน้าอัญญาผู้เอ็นดูรักเขามาตั้งแต่เล็กแต่น้อยนั่นเอง ด้วยความฟิตคับของหูอัญญา ไม่นานนักโอ้ก็ถึงจุดสุดยอดอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง
“อึ๊บ!!! อ๊าา…สบายจริง ๆ “
โอ้เงยหน้าสูดอากาศอย่างสดชื่น ปล่อยให้น้ำบ๊วย กระตุกพ่นไหลเข้าหูอัญญาอย่างต่อเนื่อง อัญญาก็ถึงจุดสุดยอดเช่นกันในรอบสิบปี
“อา…นาน ๆ จะมีความสุขเช่นนี้” อัญญาครางพร้อมกับบิดตัวไปบิดตัวมา
เสร็จแล้วเธอจึงนอนอ้าขา ปล่อยให้โอ้เสียบบ๊วย คาไว้อย่างนั้นเพื่อดูดดื่มความสุขที่ได้จากบ๊วย หลานชายให้นาน ๆ ฝ่ายศิวะเองก็ถึงสวรรค์บ้าง เขาครางดังด้วยความสะใจ
“โอ๊ว!! สุดยอด …..ซี๊ด….” พั่บ ๆ ๆ
ส่วนมาลินเองหน้านิ่วคิ้วขมวด ด้วยความเสียวเมื่อถึงจุดสุดยอดด้วยน้ำมือของเพื่อนลูกชายเช่นกัน
“อึ๊บ….อา…าาา…..” เธอบีบตอดหูรัดบ๊วย ศิวะอยู่แป๊บหนึ่ง แล้วเธอก็ผลักศิวะหลุดออกไป
“อ๊าาๆ ๆ เสียว เสียวจนทนไม่ไหวอยู่แล้ว” มาลินดิ้นพรวดพราดทุรนทุรายเหมือนจะวูบ ๆ เป็นลมไป
“อ๊าาๆ ๆ.” เสียงครางของมาลินค่อย ๆ ดังค่อยลง ๆ เหมือนจะหมดแรงเหมือนจะขาดใจ
ยิ่งเห็นมาลินครางทุรนทุรายเขายิ่งกระสันหนัก มาลินเสียวหนักจึงไม่ยากนักที่เธอกำลังจะถึงจุดสุดยอดอีกครั้งในไม่ช้า
“อ๊าา…ถะ…ถึงแล้ว โอ๊ว” มาลินเอามือปิดหน้าครวญครางส่ายหน้าไปส่ายหน้ามา
“โอ๊ว ฮึบ” โอ้ก็ยิ่งซอยหนักถี่ ๆ จนที่สุด ก็ถึงจุดสุดยอดอีกครั้งเป็นครั้งที่สาม ซึ่งคราวนี้หมดสิ้นเรี่ยวแรงไปเลย
“โอย..ถูกรีดพิษออกตั้งสามครั้ง” โอ้ครวญครางล้มพับหมดแรงนอนแผ่หลา
…………………
หลังจากเสร็จภาระกิจ น้ำเงี่ยนออกไปกันหมดแล้ว ทั้ง 5 คนจึงรู้สึกโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก น้ำเงี่ยนทำให้ทุกคนรู้สึกหน่วง ๆ แต่เมื่อเอามันออกไป ความสบายกายก็เข้ามาแทนที่ บรรยากาศสุดท้ายก่อนการร่ำลาจึงดูครึกครื้นและมีความสุข สักพักหนุ่มหน้ากากเสือดาวกลับมาด้วยอาการเงี่ยนสุด ๆ เพราะดันทิ้งราตรีไปหลีสาวอื่นด้วยหวังจะได้เป็ด แต่ทว่ากลับถูกหลอกให้เสียเวลาเปล่า เขาจึงเดินกลับมาด้วยอาการเงี่ยนงุ่นง่าน
“คืนนี้ยังไม่ได้ปล่อยน้ำเงี่ยนเลยโว๊ย” เขาคิดในใจ
เมื่อทุกคนเห็นหนุ่มหน้ากากเสือดาวกลับมาจึงพากันทักทาย
“จีบสาวได้กี่คนแล้วล่ะ” ราตรีทักด้วยน้ำเสียงงอน ๆ
“อ้าว..ไปไหนมาพี่ เขาจะกลับกันแล้วนะ” ศิวะทักบ้าง
“อ้าว!! จะกลับกันแล้วเหรอ..โธ่..” หนุ่มหน้ากากเสือดาวผู้โชคร้าย วันนี้ไม่ใช่วันของเขาเสียแล้ว เป็นอันว่าเขาอดแอ้มสามสาว ราตรี อัญญา และมาลินอย่างแน่นอน และอาจต้องไปใช้บริการเมียมือถือในคืนนี้ (ชักว่าวช่วยตัวเอง) และพอได้ยินว่าทุกคนกำลังจะกลับเขาก็ทรุดลงแทบหมดแรง แต่ก็ยังไม่ย่อท้อยังพอมีหวัง เพราะงานยังไม่เลิกยังพอมีเวลา เขารีบลุกขึ้นทันทีด้วยแรงน้ำเงี่ยนที่มีอยู่ในถุงอัณฑะสร้างแรงดันทุรังให้เขา
“อ้อ..ผมเพิ่งนึกออก ผมนัดเพื่อนไว้ทางโน้น ยังไงก็ขอตัวก่อนนะ ขอให้ทุกคนโชคดี”
เขารีบโบกมือแล้วเดินจากไปหาน้ำบ่อหน้า
“ขอให้ได้เอาซักคนนะพี่” โอ้ตะโกนตามหลัง เหมือนจะถากถาง
“ไม่เอาน่า ไปว่าเค้า” มาลินตีเข้าให้ที่หน้าขาของโอ้
“แล้วเราจะได้เจอกันอีกไหมครับ อย่าบอกนะว่าเราจะสิ้นวาสนากันแค่นี้”
โอ้หันมาถามมาลินด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ แต่แฝงด้วยอาการอาลัยเหมือนอ้อน ๆ
มาลินก็ติดใจโอ้ไม่น้อยและก็อยากจะสืบสัมพันธ์ความสุขแบบนี้อีกต่อไป จึงควักนามบัตรใบเล็ก ๆ ออกมา โอ้เองเห็นดังนั้นก็ควักนามบัตรจากกระเป๋าตังค์ออกมาบ้าง ราตรี อัญญา และศิวะต่างก็จ้องมองการกระทำของคนทั้งสอง ต่างก็ยิ้ม พลางคิดว่า
“อืม..ดีแล้ว ถ้าสองคนนี้ติดต่อกันได้ คนอื่น ๆ ก็พลอยติดต่อกันได้ด้วย”
“แลกกันนะ” โอ้พูดด้วยน้ำเสียงยิ้มแย้ม
“นี่ค่ะ เบอร์โทรมือถือ” มาลินยื่นให้โอ้ลูกชาย
“นี่ของผมครับ” โอ้ยื่นให้มาลินแม่แท้ ๆ ของตัวเอง
โอ้และมาลินต่างหยิบนามบัตรของกันและกันขึ้นมาอ่านดูชื่อที่อยู่และเบอร์โทรด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพราะจะได้รู้จักตัวจริงกันเสียที แล้วสีหน้าที่มีรอยยิ้มของทิ้งคู่ก็หุบลงแบบทันทีทันใด
โอ้ “อุ๊บ!!………”
มาลินเอามือปิดปากที่อ้าค้าง “!?!?!?!?!?!?!?…………..”
………………..